ประสบการณ์ความรู้

ประสบการณ์การพัฒนาโลกทัศน์ที่ประเทศสาธารณรัฐอินเดีย

 โดย เด็กชายพงศ์พิสุทธิ์ ปุรินัย ยุวทูตความดี โรงเรียนอนุบาลศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ




สถานที่มหัศจรรย์ในอินเดีย

        โครงการแลกเปลี่ยนนักเรียนไทย - อินเดีย ระหว่างวันที่ 9 - 17 สิงหาคม 2558 ผมในฐานะนักเรียนยุวทูตความดี ได้มีโอกาสเข้าร่วมโครงการดังกล่าว การมาในครั้งนี้ผมได้เปิดโลกทัศน์ใหม่ๆ เกี่ยวกับอินเดีย ผมและเพื่อนนักเรียน ซึ่งเป็นยุวทูตความดีจาก 9 จังหวัด จำนวน 9 คน รวมทั้งคณะฯ เป็นจำนวน 10 คน รวมกับคุณครู 2 คน ได้มีโอกาสเข้าคารวะบุคคลสำคัญของอินเดีย เช่น Mr. Anil Wadhwa อดีตเอกอัครราชทูตไทยประจำประเทศอินเดีย และ ฯพณฯ ชลิต มานิตยกุล เอกอัครราชทูตไทยประจำอินเดีย 

         ผมและคณะยุวทูตความดี ยังได้เยี่ยมชม Sardar Patel Vidyalaya (SPV.School) และได้พบปะกับนักเรียน โรงเรียน SPV ได้ตั้งชื่อตามนายกรัฐมนตรีสมัยได้รับเอกราช คือ Sardar Vallabhabhai Patel อาจารย์ใหญ่ของโรงเรียนนี้ คือ Ms. Anuracha Joshi โรงเรียนแห่งนี้มีความกลมกลืนกับ ธรรมชาติ เป็นอย่างมาก เนื่องจากอาจารย์ใหญ่ของโรงเรียนได้อนุรักษ์พันธุ์ไม้ พันธุ์พืชดอกหายากไว้เป็นจำนวนมาก ทั้งยังสร้างสวนธรรมชาติที่เรียกกันว่า Principle lawn ภายในสวนได้ปลูกพันธุ์ไม้หายากในอินเดียไว้ เช่น อามัลตัส, นีม, พีปัล, ทีก, พุทรานจีวา, ปานย่าน, หมากเม่า, รอเจอร์, ชาแซม ฯลฯ ซึ่งมีมากมายกว่า 200 ชนิด จุดประสงค์เพื่อให้นักเรียนได้ศึกษาเรียนรู้ธรรมชาติอย่างเต็มที่


         นอกจากได้ปฏิสัมพันธ์กับผู้คนแล้ว คณะยุวทูตยังได้เดินทางไปสถานที่ต่างๆ อันมีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานและน่าสนใจ เช่น ทัชมาฮาล ป้อมแดง วัดอาร์คชาดาร์ม ฯลฯ อีกทั้งประเทศอินเดีย คือ ต้นกำเนิดของศาสนา เช่น ศาสนาพุทธ ถือได้ว่ากำเนิดที่ประเทศอินเดีย ผมคิดว่าในอนาคตจะมีนักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้ามาในอินเดียอย่างไม่ขาดสาย เนื่องจากประเทศอินเดียมีสถานที่ประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจนั่นเอง                          
       สถานที่สำคัญที่ผมชอบทัชมาฮาลมากที่สุด คือ ทัชมาฮาล (Taj Mahal) ตั้งอยู่ในเมืองอัครา ริมฝั่งแม่น้ำยมุนา เป็นสุสานหินอ่อนที่ผู้คนเชื่อว่าเป็นสถาปัตยกรรมแห่งความรักที่สวยที่สุดในโลก ถูกสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2174 และสร้างเสร็จเมื่อปี พ.ศ. 2191 รวมเวลาการก่อสร้าง 17 ปี ในส่วนของการประดับตกแต่งได้ใช้เวลาอีก 5 ปี รวมทั้งสิ้น 22 ปี จึงเสร็จเรียบร้อย ใช้คนงานในการก่อสร้างจำนวน 2 หมื่นคน และใช้งบประมาณการก่อสร้างถึง 30 ล้านรูปี ทัชมาฮาลถูกสร้างขึ้นโดยกษัตริย์นามว่าพระเจ้าชาห์ เจฮัน แห่งราชวงค์โมกุล เพื่อเป็นอนุสรณ์ให้มุมตัช มาฮาล พระมเหสี โดยหลุมศพของพระนางมุมตัซ มาฮาล ถูกสร้างด้วยหินอ่อนสีขาว ศิลาแลง ประดับลวดลายเครื่องเพชร พลอย หิน โมราและเครื่องประดับจากหลายประเทศ ในภายหลังโอรังเซบ ราชโอรสของพระเจ้าชาห์ เจฮัน ได้นำพระศพของพระบิดามาประดิษฐานไว้เคียงข้างพระศพของมุมตัช ในปัจจุบันนี้ ทัชมาฮาลยังถูกจัดเป็นหนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่อีกด้วย     


       นอกจากนั้นยังได้มีสถานที่ที่แสดงถึงความโศกเศร้า ยกตัวอย่างเช่น ป้อมอักรา (Agra Fort) ตั้งอยู่เมืองอักรา สถานที่นี้ได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลกจากยูเนสโก โดยเดิมทีนั้นป้อมอักรานั้นเป็นเพียงป้อมปราการทางการทหารประจำเมืองถูกสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าอัคบาร์ และได้ถูกสร้างต่อเติมกันมาจนถึงรุ่นหลาน คือ พระเจ้าชาห์ เจฮัน แห่งราชวงค์โมกุล (ผู้สร้างทัชมาฮาล) และต่อมาสถานที่นี้ได้ถูกกลายเป็นสถานที่คุมขังพระเจ้าชาห์ เจฮัน โดยลูกชายของตน เนื่องจากพระเจ้าชาห์ เจฮัน ได้ใช้เงินของประชาชนนำมาสร้างสถาปัตยกรรมของตน แล้วยังได้ทำการตัดแขนตัดขาช่างสถาปัตยกรรมทุกคน เพื่อมีไม่ให้สถาปัตยกรรมอื่นๆ ในอินเดียได้ถูกสร้างขึ้นมาอีก ลูกชายของพระเจ้าชาห์ เจฮัน ได้จับพ่อของตนไปคุมขังที่ป้องอักรา เพื่อที่จะให้มองเห็นทัชมาฮาลไกล เพราะเป็นอนุสรณ์แห่งความรักของพระเจ้าชาห์ เจฮันกับภริยา จวบจนวาระสุดท้ายของชีวิต
          
         สวนประวัติศาสตร์ Lodhi Garden สวนแห่งนี้อยู่ไม่ไกลจาก โรงเรียน Sardar Patel Vidyalaya สวนแห่งนี้ เป็นโอเอซิสขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชีย สร้างขึ้นเมื่อศตวรรษที่ 15 – 16 โดยราชวงศ์ Sayyid และ Lodhi มีอนุสรณ์สถานของยุคกลาง และโดมขนาดใหญ่ ที่ล้อมรอบสนามตรงกลาง รวมถึงหลุมฝังศพของ Muhammad Shah กษัตริย์องค์สุดท้ายของราชวงศ์ Sayyid และสิ่งที่น่าสนใจ คือ สะพาน Athpula สถาปัตยกรรมตั้งอยู่บนเสา 8 เสา ก่อเป็นรูปแบบคล้ายสะพานเปิดเจ็ดทรงโค้ง เหนือสายน้ำอันเงียบสงบ
         
         สวนประวัติศาสตร์แห่งนี้ เป็นที่ดึงดูดใจนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี เพราะว่าอยู่ติดกับตลาดขาน (khan market) ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถซื้ออาหารและเครื่องดื่ม เข้าไปรับประทานในสวนได้ แต่ภายในสวนก็ได้มีกฎห้ามทิ้งเศษขยะ พลาสติกต่างๆ ลงบนพื้นโดยเด็ดขาด หากฝ่าฝืนจะถูกปรับ 3000 รูปีอินเดีย ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้จัดตั้งถังขยะรูปใบไม้สีเขียว ไว้ในทุกๆ จุดพักผ่อน สาเหตุที่ต้องดัดแปลงทำถังขยะให้มีรูปลักษณ์ให้ดูคล้ายใบไม้สีเขียวนั้น เพราะจะทำให้กลมกลืนกับธรรมชาติ และไม่ให้ดูสะดุดตา 

         ทางเดินชมวิวทิวทัศน์ธรรมชาตินั้น ในอดีตเคยทำด้วยหินไนส์ (Niese) ที่ใช้ทำครก แต่ภายหลังได้มีการเปลี่ยนแปลง เนื่องจากเคยมีนักท่องเที่ยวทำน้ำอัดลมหก ซึ่งกรดจากน้ำอัดลมได้ทำปฏิกิริยากับหินไนส์ที่เป็นแคลเซียมคาร์บอเนต (CaCO3) ทำให้เกิดแก๊ส คาร์บอนได้ออกไซด์ (CO2) ซึ่งจะทำให้หินไนส์เสียหาย ปัจจุบันเลยทำทางเดิน โดยใช้หินอ่อนสีแดงขรุขระ ซึ่งจะไม่ทำปฏิกิริยากับ กรด – เบส ทำให้ทางเดินไม่เสียหายง่ายๆ
ระหว่างทางเดิน มีโคมไฟอยู่ตามข้างทาง และจะมีนกถึง 18 ชนิดต่างๆ กัน ซึ่งทางรัฐบาลอินเดียทำไว้เพื่อใช้สอนเด็กด้อยโอกาสในนิวเดลี ได้ศึกษาเรื่องของสิ่งมีชีวิต เพื่อใช้ในวิชาพฤกษศาตร์ทั้งยังมีบึงบ่อน้ำ และมุมสวยๆ ให้ถ่ายรูป การเดินทางมาที่นี่ก็มาได้อย่างสะดวก สามารถเดินทางมาได้ทุกทิศทางของนิวเดลี เช่น รถประจำทาง มอเตอร์ไซด์ รถสามล้อ รถไฟฟ้าใต้ดิน และเดิน ในการไปเยี่ยมชมสวนประวัติศาสตร์ในครั้งนี้ นับเป็นการพักผ่อนที่ดีเยี่ยม เปี่ยมไปด้วยธรรมชาติที่ถูกสร้างขึ้นอย่างงดงามตามธรรมชาติ นับเป็นความประทับใจไม่รู้ลืม
 
         การเยือนอินเดียในครั้งนี้ ได้สร้างประสบการณ์ที่ดีแก่ผม และนั่นทำให้ผมได้รู้จักประเทศอินเดียมากขึ้น นับได้ว่าอินเดียเป็นแหล่งมรดกโลกทั้งทางวัฒนธรรม ธรรมชาติ รวบรวมแหล่งโบราณคดีและโบราณสถานที่สำคัญของโลก ท้ายสุดนี้ ผมขอขอบพระคุณผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
มูลนิธิยุวทูตความดี กระทรวงการต่างประเทศ ที่มอบโอกาสอันเป็นเกียรติอย่างมากนี้แก่ผม





ผู้เข้าชม 4752 คน

« ย้อนกลับ

ประสบการณ์ความรู้

ประสบการณ์จากการไปพัฒนาโลกทัศน์ที่สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ประสบการณ์จากการไปพัฒนาโลกทัศน์ที่สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ประสบการณ์จากการไปพัฒนาโลกทัศน์ที่สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ประสบการณ์จากการไปพัฒนาโลกทัศน์ที่สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ประสบการณ์จากการพัฒนาโลกทัศน์ที่สาธารณรัฐอินเดีย ประสบการณ์จากการพัฒนาโลกทัศน์ที่สาธารณรัฐอินเดีย ประสบการณ์จากการพัฒนาโลกทัศน์ที่สาธารณรัฐอินเดีย ประสบการณ์จากการพัฒนาโลกทัศน์ที่สาธารณรัฐอินเดีย ประสบการณ์จากการพัฒนาโลกทัศน์ที่สาธารณรัฐอินเดีย ประสบการณ์จากการพัฒนาโลกทัศน์ที่สาธารณรัฐอินเดีย ประสบการณ์จากการพัฒนาโลกทัศน์ที่สาธารณรัฐอินเดีย ประสบการณ์การพัฒนาโลกทัศน์ที่ประเทศสาธารณรัฐอินเดีย ประสบการณ์จากการไปพัฒนาโลกทัศน์ที่ประเทศ สปป.ลาว ประสบการณ์จากการไปพัฒนาโลกทัศน์ที่ประเทศมาเลเซีย ประสบการณ์จากการไปพัฒนาโลกทัศน์ที่ประเทศอินโดนีเซีย ประสบการณ์จากการไปพัฒนาโลกทัศน์ที่ประเทศศรีลังกา