ประสบการณ์ความรู้

ประสบการณ์จากการไปพัฒนาโลกทัศน์ที่ประเทศอินโดนีเซีย

โดยเด็กหญิงธนัญญา  สินทองน้อย  ยุวทูตความดี โรงเรียนอุบลวิทยาคม จังหวัดอุบลราชธานี

“โลกทัศน์” หมายถึง ความคิด ความเห็น หรือทางทัศนคติที่มีต่อในสังคมปัจจุบันและโลกทัศน์นั้นก็มีหลายแบบ ได้แก่ (๑) โลกทัศน์ทางศาสนา (๒) โลกทัศน์ทางปรัชญา (๓) โลกทัศน์ทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งหากสังคมติดยึดในแนวคิดใดคิดหนึ่งแนวคิดเพียงแนวเดียว ก็อาจจะทำให้สังคมอยู่ยากลำบากมากขึ้น เพราะต่างคนต่างความคิด ต่างความเชื่อ ฉะนั้น ทัศนคติจึงมีความสำคัญต่อการใช้ชีวิตในสังคมเป็นอย่างมาก ถ้ามีทัศนคติที่แตกแยก แตกต่างกันมากๆ จะทำให้ใช้ชีวิตร่วมกันไม่ได้และอาจทำให้สังคมอยู่อย่างไม่เป็นสุข การพัฒนาโลกทัศน์จึงควรทำอย่างมีระบบในรูปแบบการพัฒนาโลกทัศน์ที่ได้กล่าวข้างต้นนั้น ล้วนส่งผลเชิงสร้างสรรค์ในด้านต่างๆ ได้แก่ โลกทัศน์ทางศาสนาช่วยพัฒนาจิตใจมนุษย์ให้ดีขึ้น ยกระดับจิตใจ ให้มีที่ยึดเหนี่ยว โลกทัศน์ทางปรัชญา ทำให้มนุษย์คิดอย่างมีระบบ มีเหตุผลประกอบควบคู่ไปด้วย และสุดท้ายโลกทัศน์ทางวิทยาศาสตร์ ช่วยพัฒนาทางกาย ทางวัตถุให้เจริญก้าวหน้าไปได้หรือสิ่งอื่นใดที่ตัวเราเองไม่สามารถพิสูจน์ได้ วิทยาศาสตร์ ก็ช่วยพิสูจน์ได้ ฉะนั้น มนุษย์สมควรได้รับการพัฒนาโลกทัศน์อย่างสมบูรณ์

              

        ประสบการณ์ที่ข้าพเจ้าได้เก็บเกี่ยวมาจากประเทศอินโดนีเซียนั้น นับว่ามีค่าเป็นอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นการเรียนรู้ประวัติความเป็นมา สถานที่และบุคคลสำคัญ วิถีความเป็นอยู่ของผู้คน ประเพณีความเชื่อ ภาษาและวัฒนธรรม มีเยาวชนมากมายที่อาจจะไม่มีโอกาสได้มาสัมผัสโดยตรง ซึ่งข้าพเจ้าในฐานะตัวแทนของเยาวชนที่ได้รับการคัดเลือก ก็จะนำความรู้จากประสบการณ์ที่ได้รับมาเผยแพร่ให้ผู้อื่นได้เรียนรู้ทั่วกัน เช่นเดียวกันกับที่ข้าพเจ้าได้รับ ทั้งนี้ เยาวชนยุวทูตฯ ที่ได้รับการคัดเลือก นอกจากจะได้รับประสบการณ์อันทรงคุณค่าใน ต่างประเทศแล้ว ยังได้โอกาสเรียนรู้นอกห้องเรียน ส่งผลให้มีหูตา กว้างไกล ทั้งสามารถได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ที่ไม่มีในห้องเรียนด้วย 
    
         พวกเราคณะยุวทูตความดี ได้ เดินทางไปที่โรงเรียน Junior High School ๕๘ โรงเรียนยุวทูตความดี ของกระทรวงการต่างประเทศอินโดนีเซีย เพื่อสานสัมพันธไมตรี และสร้างมิตรภาพที่ดีกับเพื่อนๆ ชาวอินโดนีเซีย เมื่อเราเดินทางถึง ทางโรงเรียนได้ให้การต้อนรับคณะยุวทูตฯ จากเมืองไทยด้วยความอบอุ่นและเป็นกันเอง แม้จะเป็นเพียงครั้งแรกที่ได้พบกัน ก็ทำให้พวกเราเยาวชนยุวทูตฯ มีความประทับใจไม่มีวันลืมเลือนได้เลย เพื่อนๆ ชาวอินโดนีเซียแสดงออกถึงความเป็นมิตร เห็นได้จากถ้อยคำที่เป็นกันเอง ให้เกียรติ มีแนวความคิดและสิ่งต่างๆคล้ายกัน ทำให้พวกเราสามารถพูดคุยกันได้อย่างถูกคอ สำหรับการแสดงของเพื่อนนักเรียนโรงเรียน Junior high School ๕๘ มีความสวยงามเป็นอย่างมาก เป็นการแสดงของพื้นเมืองแบบชวา ซึ่งนี่ถือเป็นโอกาสแรก และอาจจะเป็นโอกาสเดียวที่ข้าพเจ้าได้ชม ซึ่งการแสดงพื้นเมืองแบบชวา มีความแตกต่างกับการรำของไทยโดยสิ้นเชิง เรียกได้ว่าสวยงามกันคนละแบบจริงๆ ซึ่งการแสดงครั้งนี้ทำให้พวกเราประทับใจไม่รู้ลืมเลยทีเดียว           
       นอกจากนั้น เพื่อนๆ ในโรงเรียนยังได้บรรยายและสื่อสารกับพวกเราเป็นภาษาอังกฤษ ทำให้พวกเราได้รู้ว่าภาษาอังกฤษของพวกเขานั้น มีระดับดีเยี่ยม ซึ่งแสดงถึงศักยภาพในการใช้ภาษาอังกฤษในการเตรียมพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน และสิ่งที่เราจำได้ฝังใจอีกประการหนึ่งคือ การที่พวกเราได้ขึ้นแสดงไปขับร้องเพลงเป็นภาษาอังกฤษ ภาษาอินโดนีเซีย ให้เพื่อนๆ ชาวอินโดนีเซียได้รับฟังและรับชมนั้น ทำให้พวกเรารู้สึกว่าเพื่อนๆ ต่างภาษามีความประทับใจในการแสดงของเราไม่น้อยเลย และพวกเรามีโอกาสได้ลิ้มลองอาหารอินโดนีเซีย ถือว่ามีรสชาติที่ถูกปากและอร่อย หากินที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว นอกจากที่ประเทศอินโดนีเซียเท่านั้น     
     

ประเทศอินโดนีเซีย มีอนุสาวรีย์และสถานที่สำคัญหลายแห่งที่ควรรู้จัก อาทิ

นุสาวรีย์แห่งชาติโมนาส (Monas) ตั้งอยู่ในกลางใจกรุงจาการ์ตา เมืองหลวงของประเทศอินโดนีเซีย ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. ๑๙๖๑ บริเวณที่ประธานาธิบดีซูการ์โนประกาศเอกราช อนุสาวรีย์โมนาสเป็นหนึ่งในความภาคภูมิใจของชาวอินโดนีเซีย กล่าวคือ เป็นจัตุรัสแห่งอิสรภาพและศูนย์การประชุมเพื่อรวบรวมพลังในการขับไล่ผู้รุกรานที่ต้องการยึดอำนาจ รูปปั้นมีลักษณะเป็นแท่งหินสี่เหลี่ยมปลายแหลม ทำจากหินอ่อน สูงถึง ๑๓๗ เมตร ตั้งอยู่ใจกลางเมอร์เดกา บนยอดเสามีงานประติมากรรมสำริดหุ้มทองคำน้ำหนัก ๓๓ กิโลกรัม มีรูป เปลวไฟที่สื่อถึงสัญลักษณ์ของอิสรภาพและการต่อสู้เพื่อเรียกร้องเอกราช
   

 อนุสาวรีย์วีรชน Patung Pahlawan (Hero Statue) เป็นรูปปั้นชายสวมหมวกสะพายปืนไว้บนบ่า รับถาดอาหารจากผู้หญิง ตั้งอยู่ในกรุงจาการ์ตาสร้างขึ้นเพื่อเชิดชูการต่อสู้เพื่อเอกราชของชาวอินโดนีเซีย ซึ่งความคิดนี้ไดริเริ่มขึ้นโดย ประธานาธิบดี ซูการ์โน อนุสาวรีย์วีรชนแห่งนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก ตำนานของชาวตะวันตก ที่มารดาได้มาดูแลลูกชายในขณะที่กำลังทำศึกสงคราม ซึ่งมารดาได้ให้กำลังใจและสอนบุตรชายให้เป็นคนเข้มแข็ง ระลึกถึงคุณบิดามารดาและประเทศชาติอยู่ตลอดเวลา ทั้งนี้ ยังมีแผ่นจารึก ที่กล่าวว่า “ประเทศใดที่มีประชาชน ผู้ให้ความเคารพแก่วีรชน กล่าวได้ว่า เป็นประเทศที่ยิ่งใหญ่”   

อนุสาวรีย์เยาวชน Patung Pemuda Membangun สร้างขึ้นเพื่อเชิดชูพลังของเยาวชนที่เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศอินโดนีเซียทำจากคอนกรีตเสริมด้วยปูน และเคลือบด้วยวัสดุหินขัดด้านนอกมีลักษณะเป็นรูปปั้นชายหนุ่มที่มีร่างกายแข็งแรง ชูถาดที่มีเปลวเพลิงโชติช่วง       ที่แสดงถึงสัญลักษณ์ของจิตวิญญาณแห่งการพัฒนาที่ไม่มีที่สิ้นสุด                  
    
         อาคารประวัติศาสตร์การสร้างชาติ ก่อสร้างขึ้นในปี ค.ศ.๑๘๓๐ เพื่อใช้เก็บเอกสาร และเครื่องเรือนที่มีความเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์การประกาศเอกราชได้เป็นอย่างดี แสดงให้เห็นถึงความภาคภูมิใจในเอกราชของอินโดนีเซีย ซึ่งประธานาธิบดีซูการ์โน ได้ประกาศหลักปัญจศีล 5 ประการ ได้แก่ ๑. ความเชื่อในพระเจ้า ๒. สิทธิความเป็นพลเมืองที่เท่าเทียมกัน ๓. ความสามัคคีของคนในชาติ ๔. หลักการแห่งประชาธิปไตย ๕. ความยุติธรรมในสังคมสำหรับชาวอินโดนีเซีย

 
 
สำนักงานเลขาธิการอาเซียน รัฐบาลอินโดนีเซียมอบให้อาเซียน เพื่อใช้เป็นสำนักงานใหญ่ของเลขาธิการอาเซียนตั้งแต่วันที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๔๒ สำนักงานเลขาธิการอาเซียน ทำหน้าที่ เป็นหน่วยงานประสานความร่วมมือระหว่าง ๑๐ ประเทศสมาชิกกับประเทศคู่เจรจา ที่จัดตั้งขึ้น ตามข้อตกลงที่ลงนามโดยรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ในการประสาน และดำเนินการตามโครงการและกิจกรรมต่างๆ ของสมาคม

       แม้อินโดนีเซียจะมีประชากรที่มากมายหลากหลาย และชาติพันธุ์ที่แตกต่างกัน แต่สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุข ต่างก็มีความสามัคคีและความเข้าใจจึงทำให้สามารถอยู่ร่วมกันได้โดยไม่มีปัญหา อินโดนีเซียเป็นประเทศที่มีการจราจรที่ติดขัดหนาแน่น แต่ชาวอินโดนีเซียก็มีความเคารพกฎจราจรอย่างเคร่งครัดไม่เอาเปรียบซึ่งกันและกัน ด้วยเพราะมีความเข้าใจว่า ต่างคนก็รีบจึงควรรอคอยและอดทนได้
         ทรัพยากรธรรมชาติสำคัญของอินโดนีเซีย คือ น้ำมัน มีการส่งออกเป็นลำดับต้นๆ ของโลก นอกจากนี้ ยังมีป่าไม้อุดมสมบูรณ์ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นป่าดงดิบ ผลผลิตจากป่าไม้ส่วนใหญ่เป็นไม้เนื้อแข็ง ในด้านเกษตรกรรมนั้น มีการทำการเกษตรแบบขั้นบันได และเนื่องจากลักษณะภูมิประเทศเป็นหมู่เกาะ ทำให้ชาวอินโดนีเซียมีความขึ้นชื่อด้านการประมง
         รูปแบบการดำเนินชีวิตของผู้คนชาวอินโดนีเซีย  เป็นประเทศที่มีความเคร่งครัดในศาสนา ประชากรร้อยละ ๘๗ นับถือศาสนาอิสลาม ถือว่าเป็นชุมชนมุสลิมที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีแนวทางในการปฏิบัติตนที่เคร่งครัด แต่งกายเรียบร้อยรัดกุม บางคนก็แต่งกายด้วยชุดผ้าบาติก เป็นการรักษาวัฒนธรรมของชาติ นอกจากนี้ นักเรียนชาวอินโดนีเซีย ยังเป็นเด็กที่มีวินัย มีกิริยามารยาทเรียบร้อย มีความเป็นมิตร ซึ่งผู้คนในอินโดนีเซียใส่ใจกับการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม เพราะปัจจุบันทรัพยากรเหล่านี้กำลังจะหมดไป ชาวอินโดนีเซียจึงตระหนักถึงความสำคัญดังกล่าวอย่างจริงจัง  

       ตามที่ข้าพเจ้า ได้กล่าวมาในข้างต้น “เยาวชน คือ อนาคตของชาติ” ดังนั้น เยาวชนมีความสำนึกรักในบ้านเกิดและถูกอบรมสั่งสอนในสิ่งที่ดีงาม ได้รับการปลูกฝังโลกทัศน์ตั้งแต่เล็กๆ ก็จะทำให้เป็นเยาวชนที่ดี และพัฒนาประเทศชาติ  ฉะนั้น ยุวทูตความดี ในฐานะเยาวชนของชาติ มีหน้าที่ขับเคลื่อนประเทศให้เจริญ และเมื่อมีโอกาสได้เรียนรู้ ได้รับประสบการณ์ดีๆ จากการไปต่างประเทศในครั้งนี้ จะสามารถนำมาเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต ให้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีได้ในอนาคต     
 





ผู้เข้าชม 14801 คน

« ย้อนกลับ

ประสบการณ์ความรู้

ประสบการณ์จากการไปพัฒนาโลกทัศน์ที่สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ประสบการณ์จากการไปพัฒนาโลกทัศน์ที่สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ประสบการณ์จากการไปพัฒนาโลกทัศน์ที่สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ประสบการณ์จากการไปพัฒนาโลกทัศน์ที่สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ประสบการณ์จากการพัฒนาโลกทัศน์ที่สาธารณรัฐอินเดีย ประสบการณ์จากการพัฒนาโลกทัศน์ที่สาธารณรัฐอินเดีย ประสบการณ์จากการพัฒนาโลกทัศน์ที่สาธารณรัฐอินเดีย ประสบการณ์จากการพัฒนาโลกทัศน์ที่สาธารณรัฐอินเดีย ประสบการณ์จากการพัฒนาโลกทัศน์ที่สาธารณรัฐอินเดีย ประสบการณ์จากการพัฒนาโลกทัศน์ที่สาธารณรัฐอินเดีย ประสบการณ์จากการพัฒนาโลกทัศน์ที่สาธารณรัฐอินเดีย ประสบการณ์การพัฒนาโลกทัศน์ที่ประเทศสาธารณรัฐอินเดีย ประสบการณ์จากการไปพัฒนาโลกทัศน์ที่ประเทศ สปป.ลาว ประสบการณ์จากการไปพัฒนาโลกทัศน์ที่ประเทศมาเลเซีย ประสบการณ์จากการไปพัฒนาโลกทัศน์ที่ประเทศอินโดนีเซีย ประสบการณ์จากการไปพัฒนาโลกทัศน์ที่ประเทศศรีลังกา