มูลนิธิยุวทูตความดี ร่วมกับสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปักกิ่ง ดำเนินโครงการยุวทูตความดีเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างวันที่ 16 – 22 กันยายน 2567 คณะฯ นำโดย ผอ.จันทร์ทิพา ภู่ตระกูล ผู้อำนวยการมูลนิธิยุวทูตความดี ประกอบด้วย ผู้อำนวยการโรงเรียน 6 คน ครูผู้ดูแล 6 คน และนักเรียนยุวทูตฯ 25 คน จาก 18 โรงเรียน ใน 18 จังหวัด พร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ และอาสามัคร 2 คน จำนวนรวมทั้งสิ้น 40 คน โดยนักเรียนและครูได้รับการคัดเลือกจากค่ายอบรม ศาสตร์พระราชา ก่อเกื้อการพัฒนาที่ยั่งยืน ที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพาน จังหวัดสกลนคร และค่ายอบรม ต้นกล้าความดี ก้าวสู่สากล ที่อุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร จังหวัดเพชรบุรี เมื่อเดือนมีนาคม – เมษายน 2567
ในวันที่ 14 – 15 กันยายน 2567 มูลนิธิฯ ได้จัดอบรมเตรียมความพร้อมให้คณะก่อนเดินทาง โดยมีเจ้าหน้าที่กรมเอเชียตะวันออก เจ้าหน้าที่จากกรมความร่วมมือระหว่างประเทศ ที่เคยได้ศึกษาและประจำการที่ประเทศจีน มาให้ความรู้ ประวัติศาสตร์ ความสัมพันธ์ไทย – จีน อาหาร วัฒนธรรม และภาษา ฯลฯ พร้อมรับโอวาทและอำนวยพรจาก รองปลัดณัฐพล ขันธหิรัญ ความว่า “หน้าที่ของยุวทูตความดี คือการรู้ถึงสิ่งที่ดี ๆ ของคนไทย รู้จุดเด่นของจังหวัดของตน พร้อมนำไปเผยแพร่และนำไปพูดคุยกับเพื่อน ๆ ชาวจีน อย่างรู้เขา รู้เรา หากอยากรู้สิ่งใด ให้กล้าที่จะถามอย่างมั่นใจ และให้ตั้งเป้าหมายตามความถนัดของแต่ละคน โดยเริ่มจากสิ่งที่ชอบ หากเป็นสิ่งที่ชอบเราจะทำได้ดี มีความมั่นใจ กล้าแสดงออกมา และจะสามารถนำไปสู่ความสำเร็จได้ และขอให้ยุวทูตฯ เกี่ยวเกี่ยวประสบการณ์จากการเยือนจีนให้มาก ๆ เพื่อที่จะได้นำประสบการณ์ที่ดี มาต่อยอดให้กับชีวิตตนเองในอนาคต”
รับโอวาทและแนวทางการไปสานสัมพันธ์สร้างมิตรไมตรีกับเยาวชนจีน จากอธิบดีปิยภักดิ์ ศรีเจริญ กรมเอเชียตะวันออก ความว่า “สิ่งที่ให้เรียนรู้เมื่อไปถึงจีน คือให้เรียนรู้วัฒนธรรมจีน การศึกษา ภาษา ขอให้เปิดใจเรียนรู้ และนำสิ่งที่ดีที่เป็นประโยชน์นำมาพัฒนาตนเอง”
ผอ.จันทร์ทิพา ภู่ตระกูล ผู้อำนวยการมูลนิธิยุวทูตความดี กล่าวให้โอวาทกับคณะยุวทูตฯ ความว่า “คุณลักษณะของคนจีน 8 ประการที่ควรนำมาเป็นแบบอย่าง คือ อ่อนน้อมถ่อมตน ตรงต่อเวลา ยึดมั่นในวินัย รู้กตัญญู ขยัน อดทน ตั้งเป้าหมายไว้เสมอ และมุ่งมั่นตั้งใจ และขอให้ยุวทูตฯ เปิดหน้าต่างประตูแห่งการรับรู้ สานมิตรไมตรีกับเพื่อนเยาวชนจีนอย่างมุ่งมั่นตั้งใจ และปฏิบัติหน้าที่ของตนเองให้สำเร็จตามเป้าหมาย ซึ่งเป็นประสบการณ์ตรงที่ได้รู้ ได้เห็น ได้ปฏิบัติมา”
ในการเยือนครั้งนี้ คณะฯ ได้เข้าเยี่ยมคารวะ เอกอัครราชทูตฉัตรชัย วิริยะเวชกุล ที่สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปักกิ่ง และได้รับโอวาทจากท่านกงสุลใหญ่ ความว่า “ขอให้ยุวทูตความดีตั้งใจเรียนรู้ สานสัมพันธ์กับเยาวชนจีน และนำสิ่งที่ดีของไทยไปเผยแพร่แลกเปลี่ยนประสบการณ์กับเยาวชนจีน” ทั้งนี้ ท่านเอกอัครราชทูตได้ให้เกียรติจัดเลี้ยงอาหารค่ำให้แก่คณะฯ ด้วย
นอกจากนี้คณะฯ ยังได้เข้าเยี่ยมคารวะ Mr. YU Changxue, Director-General, China Center for International People-to-People Exchange กระทรวงศึกษาธิการจีน คณะได้เข้าพบและแลกเปลี่ยนเกี่ยวกับระบบการศึกษาของจีน ที่มีการจัดการศึกษาให้กับประชากรในประเทศอย่างมีระบบ โดยเล็งเห็นความสำคัญของเยาวชน และความเท่าเทียมของการศึกษาเป็นหลัก ทำให้นักเรียนจีนมีคุณภาพทางการศึกษาที่ดี ทั้งยังปลูกฝังวินัย สอนในเรื่องของความรู้ คู่กับคุณธรรม ให้นักเรียนรู้จักหน้าที่ของตนเอง และให้เป็นคนเก่งและคนดีไปพร้อม ๆ กัน นอกจากนี้ คณะผู้อำนวยการโรงเรียน ยังได้มีการเสวนาพิเศษกับอธิบดี YU เรื่องแนวทางบริหารจัดการปัญหาในระบบการศึกษาของทั้งสองประเทศ ทั้งนี้ ทางกระทรวงศึกษาจีนยังได้ให้คณะฯ ทำกิจกรรม Traditional Handicraft class โดยศิลปินชาวจีนสอนวิธีทำ Lord Rabbit ตุ๊กตากระต่าย สัญลักษณ์แห่งความสงบ ความสุขและความโชคดี ซึ่งคณะยุวทูตฯ ได้ร่วมทำและได้รับมอบเป็นของที่ระลึก
คณะยุวทูตฯ ได้สานสัมพันธ์แลกเปลี่ยนประสบการณ์เรียนรู้กับนักเรียนระดับประถมศึกษาศึกษาในกรุงปักกิ่ง จำนวน 3 แห่ง ศูนย์เด็กฯ 1 แห่ง และภาควิชาภาษาไทย 1 มหาวิทยาลัย ดังนี้
1. โรงเรียนประถมสาธิตมหาวิทยาลัยปักกิ่ง (Peking University Elementary School) ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2449 ปัจจุบันมีนักเรียนจำนวน 2,200 คน เจ้าหน้าที่ และคุณครูจำนวน 192 คน โดยผู้อำนวยการโรงเรียน คือ นาง Yin Chao ซึ่งเมื่อวันที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2567 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เคยเสด็จเยี่ยมชมโรงเรียนแห่งนี้ด้วย โรงเรียนให้การต้อนรับคณะยุวทูตฯ อย่างอบอุ่น ด้วยการแสดงเชิดมังกร และการแสดงอุปรากรของจีน (งิ้ว) โดยนักเรียนทั้งสองประเทศมีกิจกรรมแลกเปลี่ยนระหว่างกันคือ การประดิษฐ์อักษรจีน การวาดภาพ การเชิดมังกร และการเล่นปิงปอง
2. โรงเรียน Fangcaodi International School เป็นโรงเรียนนานาชาติที่เก่าแก่และใหญ่ที่สุดในปักกิ่ง และมีส่วนสนับสนุนงานทางการทูตของจีนอย่างโดดเด่นและช่วยให้นักเรียนต่างชาติได้เรียนรู้เกี่ยวกับจีนมากขึ้น โดยเป้าหมายของโรงเรียนคือต้องการปลูกฝัง ชาวจีนสมัยใหม่และทูตแห่งมิตรภาพรุ่นเยาว์ ในการเยือนโรงเรียน มี Ding Zhaohui ผู้อำนวยการฝ่ายความร่วมมือการต่างประเทศ พร้อมด้วยคณะครู และนักเรียน มาร่วมให้การต้อนรับคณะฯ ทั้งยังนำคณะฯ เยี่ยมชมสถานที่ต่าง ๆ ของโรงเรียน และมีกิจกรรมแลกเปลี่ยนระหว่างกัน คือ จับคู่บัดดี้ทำความรู้จักกัน และร่วมรับประทานอาหารกลางวันด้วยกัน
3. โรงเรียน Beijing Experimental School Affiliated to China Conservatory of Music ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2533 มีนักเรียน 2,559 คน ครูผู้สอน 199 โดยมี Qu Li เป็นผู้อำนวยการโรงเรียน โรงเรียนมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมการพัฒนาคนให้รอบด้านโดยยึดมั่นในแนวคิดการพัฒนา การใช้ศิลปะเพื่อกระตุ้นความมีชีวิตชีวาของชีวิต และใช้วัฒนธรรมเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษา มีหลักสูตรการสอนแบบจีนดั้งเดิม และเป็นโรงเรียนที่มีการศึกษาที่มีคุณภาพแห่งแรก และเป็นโรงเรียนต้นแบบในเขตตฉาวหยาง รวมทั้ง เป็นหนึ่งใน 100 วิทยาเขตที่มีหนอนหนังสือ อันดับต้น ๆ ของประเทศ อีกทั้งโรงเรียนมีชื่อเสียงโดดเด่นเกี่ยวกับวงออเคสตรา โดยได้รับรางวัลระดับโลกอย่างมากมาย ซึ่งนักเรียนของโรงเรียนแห่งนี้ ได้ให้การต้อนรับคณะฯ โดยทำการแสดงตีกลอง การเต้น การแสดงศิลปวัฒนธรรมจีน และการร้องเพลงประสานเสียงได้อย่างไพเราะและน่าประทับใจ
4. ศูนย์ China National Children’s Center (CNCC) คณะฯ ได้ทำกิจกรรมร่วมกับเยาวชนจีน โดยมีการแบ่งกลุ่มทำกิจกรรมร่วมกัน อาทิ ศิลปะการต่อสู้แบบจีน (กังฟู) ศิลปะการใช้พู่กันจีน และการทำงานประดิษฐ์จากไม้ (บล็อกไม้รูปแบบต่าง ๆ) โดยสร้างเป็นกำแพงเมืองจีน และการเต้นจินตลีลา ซึ่งคณะยุวทูตฯ และเพื่อนชาวจีนได้ร่วมกิจกรรมอย่างสนุกสนาน
5. มหาวิทยาลัยปักกิ่ง (Peking University) มหาวิทยาลัยแห่งชาติสมัยใหม่แห่งแรก ที่ก่อตั้งขึ้นในประเทศจีน ก่อตั้งเมื่อช่วงปลายราชวงศ์ชิง ปี พ.ศ. 2441 เดิมชื่อว่า The Imperial University Of Peking เป็นมหาวิทยาลัย 1 ใน 9 ของกลุ่มมหาวิทยาลัยชั้นนำของจีน และเป็นมหาวิทยาลัยเก่าแก่ชั้นนำของรัฐที่มีชื่อเสียง ในการเยือนฯ พี่นักศึกษาจีน ภาควิชาภาษาไทยได้ให้การต้อนรับคณะฯ และนำเดินชมบริเวณมหาวิทยาลัยโดยรอบ และเยี่ยมชมสถานที่สำคัญในมหาวิทยาลัย โดยใช้ภาษาไทยในการสื่อสาร และได้แลกเปลี่ยนข้อมูลความรู้เกี่ยวกับประเทศไทย – จีน และทำกิจกรรมถอดรหัสภาษา ผ่านบทเพลงและเกมส์ใบ้คำร่วมกัน
ในการเยือนโรงเรียนและมหาวิทยาลัย คณะยุวทูตความดีได้นำเสนอเรื่องราวของ เมืองไทยเมืองยิ้ม เศรษฐกิจพอเพียง ด้วยภาษาอังกฤษ ภาษาจีนที่ชัดเจน คล่องแคล่ว รวมทั้งแสดงความสามารถในการแสดงทางวัฒนธรรม อาทิ การรำ การขับร้องเพลงไทย อังกฤษ และจีน สร้างความชื่นชมและชื่นชอบเป็นอย่างมาก การแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมอาหาร คณะฯ ได้นำเสนอขนมของไทย รวมทั้งได้แลกเปลี่ยนของที่ระลึกและช่องทางการติดต่อระหว่างกัน นับเป็นการพัฒนาโลกทัศน์และขยายฐานแห่งมิตรภาพระดับเยาวชนของทั้งสองประเทศ
คณะยุวทูตฯ ยังได้ศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับวิทยาการที่ทันสมัย ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมของจีน ผ่านพิพิธภัณฑ์และสถานที่สำคัญ อาทิ กำแพงเมืองจีน 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก (ยุคกลางและยุคใหม่) ที่สร้างขึ้นจากมือมนุษย์ เพื่อป้องกันการรุกรานของผู้บุกรุก โดยเป็นกำแพงที่มีความยาวถึง 21,196.18 กิโลเมตร สักการะพระเขี้ยวแก้ว เพื่อความเป็นสิริมงคล ที่วัดหลิงกวง เยี่ยมชม สวนสาธารณะรื่อถาน (Ritan Park) สวนโบราณที่มีความสำคัญเชิงประวัติศาสตร์ สนามกีฬารังนก Olympic Park ที่ใช้เป็นสถานที่หลักในการจัดโอลิมปิกฤดูร้อน 2008 และใช้ในพิธีเปิดโอลิมปิกฤดูหนาว 2022 เข้าเยี่ยมชมและหาความรู้ที่ หอสมุดปักกิ่ง (Beijing City Library) ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก มีหนังสือหลากหลายประเภทรวมกว่า 8 ล้านเล่ม โดยมีการออกแบบสถาปัตยกรรมเป็น ป่าแห่งความรู้ (Forest of knowledge) และมูลนิธิฯ ยังได้นำคณะเดินทางไปยังนครเทียนจิน เพื่อเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์เพื่อการเรียนรู้ที่ National Maritime Museum of China พิพิธภัณฑ์ทางทะเลและการเดินเรือแห่งชาติแห่งแรกของจีน ที่จัดแสดงเกี่ยวกับประวัติศาตร์กองทัพเรือของจีน และวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตทางทะเล
โครงการยุวทูตความดีเยือนกรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีนประสบผลสำเร็จ ด้วยความสนับสนุนเกื้อกูลอย่างดีจากสถานเอกอัครราชทูต นับเป็นประสบการณ์พิเศษที่สร้างโอกาสการเรียนรู้ของเยาวชนให้มีมิติที่หลากหลาย ได้ศึกษาแบบอย่างปฏิบัติจากประเทศที่มีประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมอันยาวนาน และมีผู้คนมีความขยัน มานะบากบั่น และมีการปลูกฝังให้เยาวชนคนรุ่นหลังของประเทศได้รู้จักรากเหง้าและมีความรักชาติ อันเป็นแบบอย่างที่ดีที่ยุวทูตฯ สามารถนำมาปฏิบัติด้วยตนเอง และนำไปเผยแพร่ขยายผลในโรงเรียนของตน และยังเป็นการเปิดมุมมองของการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างนักเรียนของทั้งสองประเทศ ซึ่งจะนำไปสู่การติดต่อระหว่างกันในอนาคต นับเป็นการสร้างคุณค่าให้ยุวทูตฯ ได้มีประสบการณ์ชีวิตที่จะจดจำไปตลอด และมีกำลังใจที่จะเป็นเยาวชนคนดีของสังคมและประเทศชาติต่อไป