มูลนิธิยุวทูตความดี ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) จัดค่ายอบรม ศาสตร์พระราชา ก่อเกื้อการพัฒนาที่ยั่งยืน ที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานฯ จังหวัดสกลนคร ระหว่างวันที่ 20 – 25 มีนาคม 2567 โดยมี ผอ.จันทร์ทิพา ภู่ตระกูล ผู้อำนวยการมูลนิธิยุวทูตความดี กล่าวเปิดค่ายอบรมฯ และผอ.สรรัตน์ ปวริญญานนทร์ ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานฯ กล่าวต้อนรับ ซึ่งมีเยาวชนยุวทูตฯ เข้าร่วม 120 คน ครู 29 คน รวม 149 คน จาก 35 โรงเรียน ใน 14 จังหวัด
ภาคเหนือ:เชียงราย
ภาคกลาง:นครสวรรค์
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : ขอนแก่น ชัยภูมิ นครพนม นครราชสีมา ร้อยเอ็ด ศรีสะเกษ สกลนคร อุบลราชธานี หนองคาย
ภาคตะวันตก : ราชบุรี
ภาคตะวันออก :จันทบุรี
ภาคใต้ : ยะลา
จุดมุ่งหมายของค่ายอบรม คือ เสริมสร้างให้เยาวชนยุวทูตเข้าใจและเข้าถึง ศาสตร์พระราชา จากการศึกษาหลักการทรงงานในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อเป็นแรงบันดาลใจที่จะน้อมนำหลักคิดและพระราชกรณียกิจของพระองค์ไปศึกษาใช้ให้เกิดประโยชน์ ด้วยความเข้าใจและเข้าถึงความพอเพียงตามคำพ่อสอน โดยนำไปสู่การปฏิบัติด้วยความจริงจัง ต่อเนื่อง ซึ่งได้เรียนรู้โดยตรงจากศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานฯ ศูนย์ศึกษาทดลองเลือกสายพันธุ์ข้าว ปลูกพืช ผลไม้ที่เหมาะแก่สภาพพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และการจัดระบบการทำฟาร์มปศุสัตว์ ตามแนวพระราชดำริในลักษณะ “สร้างน้ำ เพิ่มป่า พัฒนาชีวิตที่พอเพียง”
คณะยุวทูตฯ เข้าร่วมในกิจกรรมฐานการเรียนรู้ 12 ฐาน ได้แก่
– งานศึกษาและพัฒนาป่าไม้ ยุวทูตฯ ได้เรียนรู้การใช้ชีวิตในป่าและการเอาตัวรอดเมื่อหลงป่า รู้จักสมุนไพรป่าและพืชอาหารที่เป็นได้ทั้งอาหารและยา และการเดินป่า เรียนรู้เรื่องทรัพยากรธรรมชาติการเกื้อกูลกันของป่าไม้ ดิน และน้ำ เพื่อศึกษาธรรมชาติของป่าปลูก ที่อาศัยหลักการฟื้นฟูสภาพป่า ที่เรียบง่ายและประหยัด ด้วยวัฏจักรธรรมชาติ และยังได้เรียนรู้การอนุรักษ์พันธุ์ไม้ป่าและสัตว์ป่าที่หายากและใกล้สูญพันธุ์
– งานศึกษาและพัฒนาประมง เรียนรู้การทำอาหารสัตว์อย่างง่าย เรียนรู้การเพาะและขยายพันธุ์ปลานิลและกบ
– งานส่งเสริมและพัฒนางานด้านสาธารณสุข ศึกษาดูงานสวนสาธิตสมุนไพร ทำโลชั่นตะไคร้หอม
– งานเพาะเห็ด ยุวทูตฯ เรียนรู้การทำเห็ดฟางในตะกร้า และการทำก้อนเชื้อเห็ดฟาง ด้วยขี้เลื่อยไม้ยางพารา และยังได้นำก้อนเชื้อเห็ดไปเพาะพันธุ์ต่อที่บ้าน เพื่อนำไปขยายผลต่อยอดการสร้างรายได้ให้แก่ครอบครัวและขยายผลให้แก่เพื่อนที่โรงเรียน
– งานศึกษาและพัฒนาปศุสัตว์ เรียนรู้เกี่ยวกับ 4 ดำมหัศจรรย์ คือ โคเนื้อภูพาน (โคทาจิมะ) สุกรภูพาน ไก่ดำภูพาน และกระต่ายดำภูพาน พร้อมเรียนรู้การทำวัคซีนหยอดไก่ และการรีดนมวัว
– งานแปรรูป ยุวทูตฯ ได้ลงมือปฏิบัติทำถั่วลิสงเคลือบโอวัลติน เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า
– งานศึกษาและพัฒนาด้านข้าว เรียนรู้นิทรรศการพันธุ์ข้าว โรคและแมลงศัตรูข้าว แปรรูปผลผลิตจากข้าว (น้ำข้าวกล้องงอก)
– งานศึกษาและพัฒนาปรับปรุงบำรุงดิน เรียนรู้สายพันธุ์หญ้าแฝก และลงมือปฏิบัตการทำปุ๋ยหมักแห้ง
– งานเกษตรทฤษฎีใหม่ ยุวทูตฯ เรียนรู้การเพาะพันธุ์ผัก และได้ลงมือปฏิบัติในการทำอาหารสัตว์อย่างง่ายจากหยวกกล้วย
– งานเทคโนโลยีการเกษตร สาธิตและทำกิจกรรมปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ ทำขวดน้ำรีไซเคิลเป็นที่ปลูกผัก เพื่อเรียนรู้แบบอย่างการนำทรัพยากรไปจัดการให้เกิดประโยชน์สูงสุด
– งานพืชไร่ ยุวทูตฯ ได้ลงมือต้มน้ำกระเจี๊ยบ พืชสมุนไพรที่มีสรรพคุณช่วยแก้ร้อนใน ดับกระหาย คลายร้อน
– งานกิจกรรมศึกษาและพัฒนาระบบเกษตรผสมผสาน เรียนรู้เกี่ยวกับระบบเกษตรผสมผสาน ว่าด้วยการจัดการทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด เช่น การปลูกผัก ปลอดสารพิษ การปลูกพืชแซมในสวนไม้ผล การเลี้ยงสัตว์ปีกในสวนไม้ผล โดยเน้นการพึ่งพาตนเอง เพื่อให้เกิดความพออยู่พอกินให้พึ่งพาตนเองในการดำรงชีพ
พร้อมร่วมทำ กิจกรรมดูเดือน ชมดาว กับดาราศาสตร์พาสนุก เรียนรู้การดูดาว ตามหลักดาราศาสตร์เพื่อหาทิศทาง และเข้าใจการมาถึง–จากไปของฤดูกาล ซึ่งยุวทูตฯ มีความตื่นตัวและสนุกกับการเรียนรู้เป็นอย่างมาก
รวมถึง การเรียนรู้วัฒนธรรมอาหารสู่การเป็น Soft Power และสาธิตการทำอาหารที่เป็นต้นทางแห่งอารยธรรม กับอาจารย์มนชัย พัชนี ซึ่งบรรยายพร้อมฝึกฝนการปฏิบัติ เพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้เส้นทางเดินของอาหารและวัฒนธรรม พร้อมนำไปเผยแพร่แก่เยาวชนนานาชาติในประเทศที่ไปเยือนได้อย่างสมภาคภูมิ
อนึ่ง นักเรียนยังได้เรียนรู้บทบาทหน้าที่และภารกิจของกระทรวงการต่างประเทศ จากนางสาวปวินรัตน์ มหาคุณ หัวหน้าสำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราวจังหวัดขอนแก่น ทำให้นักเรียนยุวทูตมีความเข้าใจที่ชัดเจนและถูกต้องเกี่ยวกับบทบาทและหน้าที่ของกระทรวงการต่างประเทศ
จากการเข้าร่วมค่ายอบรมศาสตร์พระราชา ก่อเกื้อการพัฒนาที่ยั่งยืน ทำให้ยุวทูตฯ ได้เรียนรู้แบบอย่างการนำทรัพยากรไปจัดการให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยสามารถนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับไปเผยแพร่ ขยายผลในโรงเรียนและชุมชนของตน เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงความรู้ ด้านเกษตรกรรม ให้เกิดความพออยู่พอกิน และสร้างรายได้เสริมให้กับครอบครัว
ในการอบรมครั้งนี้ ได้มีการคัดเลือกยุวทูตฯ จำนวน 22 คน ครู 5 คน รวม 30 คน ไปพัฒนาโลกทัศน์และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระดับเยาวชนที่ สาธารณรัฐประชาชนจีน