มูลนิธิยุวทูตความดี ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) จัดค่ายอบรม สืบสานวิถีไทย ใส่ใจให้คิด ที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ฯ จังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 29 มีนาคม – 3 เมษายน 2567 โดยมี ผอ.จันทร์ทิพา ภู่ตระกูล ผู้อำนวยการมูลนิธิยุวทูตความดี กล่าวเปิดค่ายอบรมฯ และนายเสริมพงศ์ สงเคราะห์พันธุ์ หัวหน้าฝ่ายขยายผล ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ฯ กล่าวต้อนรับ ซึ่งมีเยาวชนยุวทูตฯ เข้าร่วม 85 คน ครู 23 คน รวม 108 คน จาก 31 โรงเรียน ใน 12 จังหวัด
ภาคเหนือ:เชียงใหม่ พะเยา แพร่ ลำปาง ลำพูน
ภาคกลาง:ชัยนาท นนทบุรี เพชรบูรณ์
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : มหาสารคาม ยโสธร
ภาคตะวันตก : กาญจนบุรี ตาก
จุดมุ่งหมายของค่ายอบรม คือ เสริมสร้างให้เยาวชนยุวทูตเข้าใจและเข้าถึง ศาสตร์พระราชา จากการศึกษาหลักการทรงงานในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร จากศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ฯ ศูนย์กลางในการศึกษา ทดลอง ที่เหมาะสมกับพื้นที่ภาคเหนือ ที่มีเป้าหมายหลักคือการพัฒนาต้นน้ำ ลำธาร อนุรักษ์ดิน และฟื้นฟูป่า ซึ่งมีต้นทางเป็นการศึกษาสภาพพื้นที่ป่าไม้ ต้นน้ำ ลำธาร และปลายทางเป็นการศึกษาด้านการประมงตามอ่างเก็บน้ำต่างๆ ผสมกับการศึกษาด้านเกษตรกรรม ด้านปศุสัตว์และโคนม ดั่งพระราชดำริ “ต้นทางป่าไม้ ปลายทางเป็นประมง ระหว่างทางเป็นเกษตรกรรม”
คณะยุวทูตฯ ได้ศึกษาเรียนรู้ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริทั้ง 6 ศูนย์ ทั่วประเทศที่มีการจำลองขึ้นที่ศูนย์ห้วยฮ่องไคร้ เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่มีชีวิต เรียนรู้การเพาะเลี้ยงกบโดยวิธีเกษตรธรรมชาติ ได้แก่กบพื้นเมือง กบอเมริกันบูลฟร็อก งานประมงเลี้ยงปลาในรูปแบบต่าง ๆ เรียนรู้เกษตรทฤษฎีใหม่ ที่มีการบริหารจัดการที่ดินและน้ำ เพื่อการเกษตรให้เกิดประโยชน์สูงสุดด้วยหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เรียนรู้การแปรรูปผักพื้นบ้าน สบู่จากสารสกัดธรรมชาติ ข้าวกล้อง การทำปุ๋ย และการเพาะเลี้ยงชันโรง ฯลฯ
พร้อมทั้ง เรียนรู้เชิงปฏิบัติการ การฟื้นฟูป่าตามแนวพระราชดำริ การควบคุมและป้องกันไฟป่า การเดินป่า เพื่อเรียนรู้การอยู่ร่วมกันกับธรรมชาติรอบตัวอย่างสมดุลและรู้ในคุณประโยชน์ เรียนรู้หลักการแนวคิดในการฟื้นฟูพื้นที่ต้นน้ำลำธาร พร้อมปฏิบัติการลงพื้นที่สร้างฝายชะลอความชุ่มชื้นหรือฝายแม้ว เพื่อสร้างความชุ่มชื้น และการพัฒนาที่ยั่งยืนให้แก่ป่า นับเป็นการปลูกจิตสำนึกการเรียนรู้ ในการคงวิถีพอเพียง เพื่อให้เยาวชนรู้จักคิด มีเหตุผลมีภูมิคุ้มกัน มีความรับผิดชอบ มีสำนึกในหน้าที่ มีจิตสาธารณะต่อส่วนรวม
รวมถึง กิจกรรมดูเดือน ชมดาว กับดาราศาสตร์พาสนุก เรียนรู้การดูดาว ตามหลักดาราศาสตร์ เพื่อหาทิศทาง และเข้าใจการมาถึง–จากไปของฤดูกาล ซึ่งยุวทูตฯ มีความตื่นตัวและสนุกกับการเรียนรู้เป็นอย่างมาก
อนึ่ง ยุวทูตฯ ยังได้รับฟังบรรยายจาก นางสาวรณพพัณณ์ กปิตถัย หัวหน้าสำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราวจังหวัดเชียงใหม่ เกี่ยวกับบทบาทหน้าที่และภารกิจของกระทรวงการต่างประเทศ ทำให้นักเรียนยุวทูตมีความเข้าใจที่ชัดเจนและถูกต้องเกี่ยวกับบทบาทและหน้าที่ของกระทรวงฯ และมีความตื่นรู้ที่อยากจะเป็นนักการทูตในอนาคต
จากการเข้าร่วมค่ายอบรมสืบสานวิถีไทย ใส่ใจให้คิด ทำให้ยุวทูตฯ ได้มีโอกาสในการเข้าถึงความรู้ด้านเกษตรกรรม การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างความมั่นคงยั่งยืนอย่างพึ่งพาตนเองได้ และนำสิ่งที่เรียนรู้และประสบการณ์มาพัฒนาในโรงเรียนและชุมชน และเผยแพร่ประสบการณ์การเรียนรู้ให้มีผลในวงกว้างต่อไป
ในการอบรมครั้งนี้ ได้มีการคัดเลือกยุวทูตฯ จำนวน 18 คน ครู 5 คน รวม 23 คน ไปพัฒนาโลกทัศน์และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระดับเยาวชนที่บรูไนดารุสซาลาม