มูลนิธิยุวทูตความดี ร่วมกับ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมอสโก ดำเนิน โครงการเสริมสร้างประสบการณ์เรียนรู้ และสานสัมพันธ์สร้างมิตรไมตรีของยุวทูตความดีในสหพันธรัฐรัสเซีย รุ่นที่ 2 ปี 2567 คณะเดินทางเยือนรัสเซีย ระหว่างวันที่ 31 สิงหาคม – 9 กันยายน 2567 โครงการดังกล่าว จัดเป็นรุ่นที่ 2 ด้วยความสนับสนุนของเอกอัครราชทูตศศิวัฒน์ ว่องสินสวัสดิ์ เพื่อเฉลิมฉลองการครบรอบ 127 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย – รัสเซีย และเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์และมิตรภาพความเข้าใจอันดีระหว่างเยาวชนไทย – รัสเซีย ผ่านกิจกรรมทางศิลปวัฒนธรรมและกิจกรรมวิชาการ ร่วมกับเยาวชนรัสเซีย
คณะฯ จำนวน 10 คน ประกอบด้วย นักเรียน 8 คน ครู 2 คน คณะยุวทูตฯ มาจาก 10 โรงเรียน ใน 10 จังหวัดทั่วทุกภาคของประเทศ ได้รับการคัดเลือกจากค่ายอบรม ต้นกล้าความดี ก้าวสู่สากล ซึ่งจัดขึ้นที่อุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร จังหวัดเพชรบุรี เมื่อเดือนเมษายน 2567
ในวันที่ 29 – 30 สิงหาคม 2567 มูลนิธิฯ ได้จัดอบรมเตรียมความพร้อมให้คณะก่อนเดินทาง โดยมี เจ้าหน้าที่จากกรมยุโรป กรมองค์การระหว่างประเทศ และกรมพิธีการทูต ที่เคยได้ศึกษาและประจำการที่ประเทศรัสเซีย มาให้ความรู้ ประวัติศาสตร์ ความสัมพันธ์ไทย – รัสเซีย อาหาร วัฒนธรรม และภาษา และรับโอวาทจากอธิบดีนิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศ ความว่า “ทุกคนต้องเปิดใจให้กว้าง พร้อมรับประสบการณ์ใหม่ ยุวทูตควรเชื่อมสัมพันธ์กับเพื่อนที่รัสเซียให้ได้ พร้อมแสดงศักยภาพของแต่ละคนให้เพื่อนชาวรัสเซียประจักษ์ถึงศิลปวัฒนธรรมความเป็นไทย และการเดินทางครั้งนี้สามารถสร้างแรงบันดาลใจในการศึกษาเล่าเรียนและการทำงานได้ในอนาคต” และ ผอ.จันทร์ทิพา ภู่ตระกูล ผู้อำนวยการมูลนิธิยุวทูตความดี ได้กล่าวให้โอวาทกับคณะยุวทูตฯ ความว่า “การทำงานให้สำเร็จนั้น เกิดจากการหมั่นฝึกซ้อม มีความพยายาม มุ่งมั่น มีทักษะที่ดีจนเกิดเป็นความชำนาญ หากได้รับโอกาสแล้วต้องใช้ให้ได้ เพราะโอกาสมีค่าสำหรับ ทุกคน และยุวทูตความดีต้องรู้คิด รู้ควร ตื่นรู้อยู่เสมอ เพราะทุกคนคือเยาวชนของประเทศไทยที่ดีในอนาคต”
ในการเยือนครั้งนี้ คณะฯ ได้เข้าเยี่ยมคารวะ เอกอัครราชทูตศศิวัฒน์ ว่องสินสวัสดิ์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงมอสโก ที่สถานเอกอัครราชทูต และได้รับโอวาทจากท่านเอกอัครราชทูต ความว่า “เด็ก ๆ ต้องตั้งใจฝึกฝนในสิ่งที่ตนเองสนใจอย่างถ่องแท้ พร้อมปรับตัวที่จะเรียนรู้ และเก็บเกี่ยวความรู้ประสบการณ์ใหม่ ๆ จากรัสเซียให้ได้มากที่สุด และนำความรู้ที่ได้รับไปปรับใช้และเผยแพร่ให้กับเพื่อน ๆ รวมถึงบุคคลอื่น ๆ ที่ยังไม่มีโอกาสได้มารัสเซีย”
ทั้งนี้ ท่านเอกอัครราชทูตได้ให้ความรู้เกี่ยวกับอาชีพนักการทูต ที่คิดคำนึงประเทศชาติ ด้านผลประโยชน์ ของชาติ และการสานสัมพันธ์ระหว่างประเทศ พร้อมให้ข้อคิดในการเรียน การพัฒนาตนเองเพื่อเปิดโลกทัศน์ เปิดมุมมองให้กว้างขึ้นให้กับยุวทูตฯ ด้วย
คณะยุวทูตฯ ได้สานสัมพันธ์แลกเปลี่ยนประสบการณ์เรียนรู้กับนักเรียนระดับประถมศึกษาในกรุงมอสโก จำนวน 1 แห่ง และภาควิชาภาษาไทย 2 มหาวิทยาลัย ดังนี้
โรงเรียน State Budgetary General Educational Institution of the City of Moscow “Pokrovsky Quarter School” ผู้บริหารโรงเรียนของรัฐบาลกรุงมอสโก เจ้าหน้าที่ ผู้อำนวยการโรงเรียนและครูให้การต้อนรับคณะยุวทูตความดี และเชิญเข้าร่วมกิจกรรม Knowledge Day หรือการต้อนรับเข้าสู่การเปิดภาคเรียนวันแรกของนักเรียนขาวรัสเซีย ซึ่งจะตรงกับวันที่ 1 กันยายนของทุกปี เป็นกิจกรรมเพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างคุณครูและนักเรียน รวมถึงผู้ปกครองที่เกิดความสบายใจเมื่อได้เห็นบุตรหลานมีความสุขที่มีครูและรุ่นพื่คอยดูแลเอาใจใส่ ซึ่งนับเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดของระบบการศึกษาของรัสเซียที่มุ่งเน้นในระบบ “รุ่นพี่ช่วยรุ่นน้อง”
มหาวิทยาลัย MGIMO มหาวิทยาลัยทางการทูตของรัสเซีย ผู้อำนวยการและหัวหน้าภาควิชาอาเซียนและไทยศึกษาได้ให้การต้อนรับคณะยุวทูตฯ ซึ่งกิจกรรมสานสัมพันธ์ของคณะยุวทูตความดีและพี่นักศึกษารัสเซียนับเป็นรุ่นที่ 2 ที่ได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างกัน โดยพี่นักศึกษาได้นำเสนอประเทศรัสเซีย ผ่านนิทานพื้นบ้าน และการละเล่น “ธารน้ำ” ที่มีลักษณะเหมือนกับรีรีข้าวสารของไทย พี่นักศึกษาสามารถสื่อสารภาษาไทยได้เป็นอย่างดี ออกเสียงภาษาไทยได้อย่างชัดเจน และมีการเตรียมความพร้อม ความมุ่งมั่น ทุ่มเท เพื่อจะสื่อสารกับคณะยุวทูตฯ
ภาควิชาภาษาไทย คณะเอเชียและอัฟริกันศึกษา มหาวิทยาลัยเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก มีรองหัวหน้าภาควิชาภาษาไทย คณะอาจารย์และพี่นักศึกษาชั้นปีที่ 1 – 2 และ 4 ให้การต้อนรับคณะยุวทูตความดีที่ห้องไทย โดยนักศึกษารัสเซียได้นำเสนอประวัติของประเทศรัสเซีย การแนะนำมหาวิทยาลัย และศิลปะการแสดงบัลเล่ต์ ในภาควิชาภาษาไทยของมหาวิทยาลัยเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก มีนักศึกษาที่สามารถพูดภาษาไทย ใช้ภาษาไทยได้ดี และสามารถเขียนวิทยานิพนธ์เป็นภาษาไทยได้อีกด้วย
ในการเยือนโรงเรียนและมหาวิทยาลัย คณะยุวทูตความดีได้นำเสนอเรื่องราวของ เมืองไทยเมืองยิ้ม เศรษฐกิจพอเพียง ด้วยภาษาอังกฤษที่ชัดเจน คล่องแคล่ว รวมทั้งแสดงความสามารถในการแสดงทางวัฒนธรรม อาทิ การแสดงโขน การตีขิม ศิลปะมวยไทย และรำไทย การขับร้องเพลงไทย อังกฤษ สร้างความชื่นชมและชื่นชอบเป็นอย่างมาก การแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมอาหาร คณะฯ ได้นำเสนอขนมของไทย รวมทั้งได้แลกเปลี่ยนของที่ระลึกและช่องทางการติดต่อระหว่างกัน นับเป็นการพัฒนาโลกทัศน์และขยายฐานแห่งมิตรภาพระดับเยาวชนของทั้งสองประเทศ
อนึ่ง คณะฯ ได้เข้าร่วมงาน the Land of the Emerald Buddha งานที่รวบรวมผลงานที่ได้รับแรงบันดาลใจจากความงดงามของวัฒนธรรมไทย ที่ถ่ายทอดผ่านภาพวาด โดยศิลปินชาวรัสเซีย ซึ่งได้จัดแสดงที่ Tsereteli Art Galleryโดยคณะยุวทูตฯได้เป็นตัวแทนเยาวชนไทยในการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย อาทิ การแสดงโขน ในตอนหนุมานจับนางเบญจกาย การไหว้ครูและแม่ไม้มวยไทย การตีขิม บรรเลงเพลงค้างคาวกินกล้วย ลอยกระทง และเพลง Troika ของรัสเซีย และการรำไทย
คณะยุวทูตฯ ได้ศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับวิทยาการที่ทันสมัย ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมของรัสเซีย ผ่านพิพิธภัณฑ์และสถานที่สำคัญ อาทิ
กรุงมอสโก คณะฯ ได้เยี่ยมชม จัตุรัสแดง พิพิธภัณฑ์ Moscow Kremlin สวนสาธารณะ Zaryadye ศึกษาศิลปะรัสเซียที่ Tsereteli Art Gallery ศึกษาวิทยาการด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอวกาศของรัสเซียที่ท้องฟ้าจำลองมอสโก (Moscow Planetarium) และ Mosfilm สตูดิโอผู้สร้างภาพยนตร์เก่าแก่ของรัสเซีย
นครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก เยี่ยมชม พิพิธภัณฑ์ Hermitage พิพิธภัณฑ์ Peterhof State Museum เพื่อศึกษาประวัติการสถาปนาความสัมพันธ์ไทย – รัสเซียในสมัยรัชกาลที่ 5 ศึกษาศิลปกรรมรัสเซียที่โบสถ์ Savior on the Spilled Blood และโบสถ์ St. Isaac’s Cathedral เยี่ยมชมวิถีชุมชนที่ถนน Nevsky ถนนเส้นหลักของ นครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก และเยี่ยมชมศึกษาพิพิธภัณฑ์ชาติพันธุ์วิทยารัสเซีย ที่ Russian Museum of Ethnography
โครงการดังกล่าว นับเป็นความร่วมมืออย่างต่อเนื่องของมูลนิธิฯ กับสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมอสโก ที่ให้โอกาสคณะยุวทูตความดีได้ไปเปิดโลกทัศน์ที่รัสเซีย เป็นปีที่ 2 และให้เยาวชนได้มีส่วนร่วมในการฉลอง 127 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย – รัสเซีย และให้เยาวชนไทยได้แสดงความสามารถเผยแพร่วัฒนธรรมไทยให้ชาวรัสเซียได้รับรู้รับทราบเป็นวงกว้าง และแสดงความชื่นชมประเทศไทยมากยิ่งขึ้น และนับเป็นโอกาสที่ช่วยสร้างเสริมเยาวชนไทยให้มีความเข้มแข็ง ก้าวทันโลกและสามารถแข่งขันได้อย่างทัดเทียม และมีกำลังใจที่จะเป็นเยาวชนคนดีของสังคมและประเทศชาติต่อไปในอนาคต ด้วยความสนับสนุนจากสถานเอกอัครราชทูตและเจ้าหน้าที่ทุกคน ที่เป็นส่วนสำคัญทำให้การเยือนฯ บรรลุผลตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ทุกประการ