มูลนิธิยุวทูตความดี ร่วมกับสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงจาการ์ตา ดำเนินโครงการยุวทูตความดีเยือนสาธารณรัฐอินโดนีเซีย ระหว่างวันที่ 25 – 30 พฤศจิกายน 2567 คณะฯ นำโดย ผอ.จันทร์ทิพา ภู่ตระกูล ผู้อำนวยการมูลนิธิยุวทูตความดี ประกอบด้วย ผู้อำนวยการโรงเรียน 4 คน ครูผู้ดูแล 6 คน และนักเรียนยุวทูตฯ 23 คน จาก 22 โรงเรียน ใน 19 จังหวัด พร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ และอาสามัคร 2 คน จำนวนรวมทั้งสิ้น 37 คน โดยนักเรียนและครูได้รับการคัดเลือกจากค่ายอบรม “รักษ์โลก – รักแผ่นดิน” และ ค่ายอบรม ต้นกล้าความดี ก้าวสู่สากล ที่ อุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร จังหวัดเพชรบุรี เมื่อเดือนเมษายน – พฤษภาคม 2567
ในวันที่ 23 – 24 พฤศจิกายน 2567 มูลนิธิฯ ได้จัดอบรมเตรียมความพร้อมให้คณะก่อนเดินทาง โดยมีเจ้าหน้าที่กรมเอเชียตะวันออก และ เจ้าหน้าที่จากยุโรปที่เคยได้ประจำการที่ประเทศอินโดนีเซีย มาให้ความรู้ ประวัติศาสตร์ ความสัมพันธ์ไทย – อินโดนีเซีย อาหาร วัฒนธรรม และภาษา ฯลฯ พร้อมรับโอวาทและอำนวยพรจาก อธิบดีปิยภักดิ์ ศรีเจริญ อธิบดีกรมเอชียตะวันออก ความว่า“ขอให้ยุวทูตความดีตั้งใจหาความรู้อยู่ตลอดเวลาแล้วจะประสบความสำเร็จตามที่ตั้งใจไว้และขอให้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์โดยการอ่านหนังสือเพื่อเพิ่มพูนความรู้ให้กับตนเองหากมีความรู้มากก็จะเป็นการเพิ่มโอกาสให้กับตัวเองได้และยังเน้นย้ำให้คณะยุวทูตความดีฝึกภาษาอังกฤษเพราะเป็นสิ่งสำคัญมากที่จะเปิดโลกกว้างให้กับเราในการไปสานสัมพันธ์กับเพื่อนอินโดนีเซียและต่อยอดให้กับอาชีพของเราในอนาคตได้”
ผอ.จันทร์ทิพา ภู่ตระกูล ผู้อำนวยการมูลนิธิยุวทูตความดี กล่าวให้โอวาทกับคณะยุวทูตฯ ความว่า “ขอให้ยุวทูตความดีเปิดหู เปิดตา เปิดใจพร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆเก็บเกี่ยวประสบการณ์มาให้มากที่สุดโดยให้มุ่งมั่น ตั้งใจสมศักดิ์ศรีการเป็นยุวทูตความดี โดยต้องเป็น 3 อย่าง คือ นักสื่อสาร นักข่าว และนักการทูต” คือการเรียนรู้ สื่อสาร รายงาน และสานสัมพันธ์ฯ สิ่งเหล่าจะทำให้เกิดประโยชน์ต่อตัวเรา เพื่อนๆ ที่โรงเรียน และประเทศของเราต่อไป”
ในการเยือนครั้งนี้ คณะฯ ได้เข้าเยี่ยมคารวะและรับโอวาทจาก เอกอัครราชทูตประพันธ์ ดิษยทัต ที่สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงจาการ์ตา ความว่า “การที่เราจะเป็นคนเก่งได้เราต้องตั้งใจเรียน ขยันหมั่นเพียร ไม่ย่อท้อ เชื่อว่านักเรียนยุวทูตความดีที่มาเยือนอินโดนีเซียในครั้งนี้ได้รับการคัดเลือกมาแล้วก็จะต้องปฏิบัติหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุดทำหน้าที่เชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างเยาวชนไทยและอินโดนีเซีย ขอให้ยุวทูตความดีมีความสุข สนุกสนาน ตั้งใจเรียนรู้สิ่งต่างๆ และได้เพื่อนชาวอินโดนีเซียกลับไป”
รวมทั้ง ทางสถานเอกอัครราชทูตฯ ยังได้จัดกิจกรรมเสริมร้างความรู้เกี่ยวกับอินโดนีเซียให้กับคณะยุวทูตความดี ผ่านการเล่นเกมตอบคำถามเกี่ยวกับอาหารและสถานที่สำคัญของอินโดนีเซีย และทำกิจกรรมผ่านเสียงเพลงที่ให้ความสนุกสนานเพลิดเพลินกับคณะยุวทูตฯ อีกทั้งท่านเอกอัครราชทูตฯ ได้ให้เกียรติจัดเลี้ยงอาหารค่ำให้แก่คณะฯ และให้สัมภาษณ์ถึงการทำงานของท่านทูตกับคณะยุวทูตความดี อีกด้วย โดยคณะยุวทูตความดีได้ร้องเพลงประสานเสียง และ ทำการแสดงพิเศษ เพื่อเป็นการขอบคุณท่านเอกอัครราชทูต และ เจ้าหน้าที่ของสถานเอกอัครราชทูตทุกท่าน
นอกจากนี้คณะฯ ยังได้เข้าเยี่ยมคารวะ Mr. Johan Achmadi ผู้บริหารการศึกษาระดับประถมศึกษากระทรวงศึกษาธิการอินโดนีเซีย คณะได้เข้าพบและแลกเปลี่ยนเกี่ยวกับระบบการศึกษาของอินโดนีเซีย ที่มีการจัดการศึกษาให้กับประชากรอย่างเสมอภาคและทั่วถึง ไม่ว่าจะยากจนหรืออยู่ห่างไกลก็จะได้รับการศึกษาอย่างเท่าเทียมกันตามนโยบาย Education for all โดยโรงเรียนประถมศึกษาในอินโดนีเซียมี จำนวน 148,975 โรงเรียน คุณครู 3 ล้านกว่าคน ซึ่งที่อินโดนีเซียมี Platfrom Merdeka เป็นศูนย์กลางในการจัดการสอนออนไลน์ของครูในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการโดยเฉพาะ นอกจากนี้ ทางกระทรวงศึกษาอินโดนีเซียยังได้ให้คณะฯ ทำกิจกรรม ทางด้านดนตรีพื้นบ้านอังกะลุงของอินโดนีเซีย โดยอาจารย์ดนตรีชาวอินโดนีเซียมาสอนเล่นอังกะลุงให้กับคณะยุวทูตความดีซึ่งคณะยุวทูตฯ ได้ร่วมเล่นเครื่องดนตรีและได้รับมอบอังกะลุงเป็นของที่ระลึก
คณะยุวทูตฯได้สานสัมพันธ์แลกเปลี่ยนประสบการณ์เรียนรู้กับนักเรียนระดับประถมศึกษาศึกษาในกรุงจาการ์ตาจำนวน 2 แห่งและในเมืองโบกอร์จำนวน 1 แห่ง ดังนี้
1. โรงเรียน SDN Gambir 01 กรุงจาการ์ตาเป็นโรงเรียนเก่าแก่ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2463 ปัจจุบันมีอายุ 104 ปี เป็นโรงเรียนขนาดเล็กมีนักเรียน 150 คน ครู 7 คน ซึ่งเป็นโรงเรียนที่มีศักยภาพในหลากหลายด้านทั้งทางด้านวิชาการและการงานอาชีพและเทคโนโลยี โดยมี Mr. Ujang Hermawan หัวหน้าฝ่ายการศึกษาของจาการ์ตากลาง เขต 1 และ ผู้อำนวยการโรงเรียน คือ Ms. Enda Oktavia Dewi Kosmara ให้การต้อนรับคณะยุวทูตฯ ด้วยการแสดงศิลปะการต่อสู้ Palang Pintu และการแสดงหน้ากาก Tarain Betawi โดยทางโรงเรียนได้จัดกิจกรรมให้นักเรียนทั้งสองประเทศได้เรียนรู้แลกเปลี่ยนระหว่างกัน คือ การปลูกผักแบบไฮโดโปรนิกส์ การทำปุ๋ยหมักชีวภาพ การแปรรูปผลิตภัณฑ์ เช่น เครื่องดื่ม และ ข้าวเกรียบจากผักผลไม้ เป็นต้นอีกทั้งยังได้แลกเปลี่ยนกันชิมขนมไทย – อินโดนีเซีย และ ร่วมกันเต้นแบบพื้นบ้าน Ondel – Ondel อีกด้วย
2. โรงเรียน SND Kenari 08 กรุงจาการ์ตา ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ .2524 มีนักเรียน 537 คน คุณครู 28 คน เป็นโรงเรียนที่มีความสามารถทางด้านศิลปะการแสดงร่ายรำและดนตรีโดยมี Mr. Abdullah Cahyono เป็นผู้อำนวยการโรงเรียน ในการเยือนโรงเรียนครั้งนี้ มี Mr.Bambang Prabowo หัวหน้าฝ่ายการศึกษาของจาการ์ตากลาง เขต 2 พร้อมด้วยคณะผอ.โรงเรียน คุณครู และนักเรียนทั้งโรงเรียน มาร่วมให้การต้อนรับคณะฯ อย่างน่าประทับใจอย่างยิ่ง โดยการคล้องพวงมาลัยดอกไม้รีไซเคิลให้กับคณะฯ และมีวงมาร์ชของโรงเรียนบรรเลงเพลงต้อนรับ อีกทั้งมีการแสดงร่ายรำพื้นบ้านแบบผสมผสาน การ้องเพลงประสานเสียงให้คณะได้รับชม และมีกิจกรรมแลกเปลี่ยนระหว่างกัน คือ การทำเครื่องดื่มสมุนไพรพื้นเมืองของ Betawi และการแลกเปลี่ยนของขวัญที่ระลึกระหว่างกัน โดยทางโรงเรียนฯได้มอบเทียนหอมฝีมือนักเรียนให้แก่คณะฯ
3. โรงเรียน SDN Kedung Badak 4 ในเมืองโบกอร์ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ .2527 มีนักเรียน 415 คน คุณครู 23 คน เป็นโรงเรียนตามโครงการพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ที่เน้นส่งเสริมการพัฒนาเยาวชนให้มีสุขอนามัยที่ดีและได้รับการศึกษาอย่างทั่วถึง โดยมี Ms.Yayan Rahmayanti เป็นผู้อำนวยการโรงเรียน ในการเยือนครั้งนี้มี Mr. Irwayanto หัวหน้าหน่วยงานการศึกษาของเมืองโบกอร์ ผอ.โรงเรียน คณะครู และนักเรียน ให้การต้อนรับฯ เริ่มจากการร้องเพลงชาติทั้งสองประเทศและแนะนำโรงเรียน โดยมีกิจกรรมแลกเปลี่ยนระหว่างกัน คือ การละเล่นพื้นบ้าน Kahoot เล่นเกมส์ตอบคำถามเกี่ยวกับไทย-อินโดนีเซีย การบรรเลงเครื่องดนตรีพื้นเมือง การร้องเพลง-รำวงในเพลง Cingcang Keling และเพลงลอยกระทงร่วมกัน และทางโรงเรียนฯ ได้มอบกระเป๋าสานรีไซเคิลจากขวดน้ำเพื่อเป็นของที่ระลึกให้แก่คณะฯ
ในการเยือนโรงเรียนทั้ง 3 แห่ง คณะยุวทูตความดีได้นำเสนอเรื่องราวของ เมืองไทยเมืองยิ้มเศรษฐกิจพอเพียง และ ยุวทูตความดี ด้วยภาษาอังกฤษ ที่ชัดเจน คล่องแคล่ว รวมทั้งแสดงความสามารถในการแสดงทางวัฒนธรรม อาทิ การขับร้องเพลงไทย อังกฤษ และบาฮาซาอินโดนีเซีย สร้างความชื่นชมและชื่นชอบเป็นอย่างมากให้กับฝ่ายอินโดนีเซีย การแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมอาหาร คณะฯ ได้นำเสนอขนมของไทย 4 อย่างที่เป็นที่ชื่อชอบของนักเรียนอินโดนีเซีย รวมทั้งได้แลกเปลี่ยนของที่ระลึกและช่องทางการติดต่อระหว่างกัน นับเป็นการพัฒนาโลกทัศน์และขยายฐานแห่งมิตรภาพระดับเยาวชนของทั้งสองประเทศ
นอกจากนี้ คณะยุวทูตฯ ยังได้เข้าเยี่ยมชม สำนักเลขาธิการอาเซียน ซึ่งเป็นศูนย์กลางการติดต่อระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียน 10 ประเทศ ซึ่งประเทศไทยนับเป็น 1 ในประเทศผู้ก่อตั้งอาเซียน โดยมีนาย เกา กึมฮวน เป็นเลขาธิการอาเซียนคนปัจจุบัน ซึ่งมีวาระการดำรงตำแหน่ง 5 ปี รวมทั้งคณะยุวทูตฯ ยังได้เข้าเยี่ยมชมห้องพิพิธภัณฑ์ของอาเซียน และห้องสมุดของสำนักงานอาเซียน ซึ่งสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวเกี่ยวกับประชาคมอาเซียนให้กับคณะยุวทูตได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้คณะฯ ได้รับเกียรติ ฟังบรรยายสรุปโดย ดร. ปิติ แสงศรีนาม ผู้อำนวยการบริหารมูลนิธิอาเซียนที่ทำให้เห็นถึงความสำคัญของการรวมตัวกันเป็นประชาคมอาเซียนมากยิ่งขึ้น อีกทั้ง คณะผู้แทนถาวรไทยประจำอาเซียน ณ กรุงจาการ์ตายังได้จัดให้คณะฯ ได้เข้าเยี่ยมชม ห้องประชุมระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียน ให้คณะยุวทูตความดีได้เข้าไปสัมผัสของจริง ซึ่งเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้คณะยุวทูตความดีอยากเข้ามาทำงานและมาเป็นส่วนหนึ่งในสำนักเลขาธิการอาเซียนอีกด้วย
คณะยุวทูตฯ ยังได้ศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับ ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และภูมิศาสตร์ของอินโดนีเซีย ผ่านพิพิธภัณฑ์และสถานที่สำคัญ อาทิ พิพิธภัณฑ์แห่งชาติอินโดนีเซีย ซึ่งมีความสำคัญทางประวัติศาตร์ที่แสดงถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทย –อินโดนีเซีย ซึ่งมีช้างสำริดรับพระราชทานจากรัชกาลที่ 5 สมัยเสด็จประภาสชวาเมื่อปี พ.ศ. 2413 พิพิธภัณฑ์วัฒนธรรม (Taman Mini Indonesia Indah (TMII)) ซึ่งนำเสนอเอกลักษณ์วัฒนธรรมของแต่ละจังหวัดและกลุ่มชนเผ่าในประเทศอินโดนีเซีย และสวนพฤกษศาสตร์โบกอร์ (Bogor Botanical Gardens) เป็นสวนพฤกษศาสตร์ที่ตั้งอยู่ในเมืองโบกอร์ ห่างจากใจกลางกรุงจาการ์ตาไปทางใต้ มีพื้นที่ 210 เอเคอร์ และมีต้นไม้พืชพันธุ์ต่างๆ ในเขตร้อนกว่า 15,000 สายพันธุ์ และ นกกว่า 50 ชนิด ซึ่งทำให้เห็นถึงความหลากหลายและความอุดมสมบูรณ์ทางพันธุ์พืชและสัตว์ของอินโดนีเซีย
โครงการยุวทูตความดีเยือนสาธารณรัฐอินโดนีเซียประสบผลสำเร็จด้วยความสนับสนุนเกื้อกูลอย่างดีจากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงจาการ์ตา ที่ได้ประสานจัดกำหนดการให้กับคณะฯ และคณะผู้แทนถาวรไทย ประจำอาเซียน ณ กรุงจาการ์ตา ที่ได้จัดให้เยี่ยมชมสำนักเลขาธิการอาเซียน นับเป็นการสร้างประสบการณ์ที่พิเศษให้กับคณะยุวทูตความดี รวมถึงสร้างโอกาสการเรียนรู้ของเยาวชนให้มีมิติที่หลากหลายได้ศึกษาแบบอย่างปฏิบัติจากประเทศที่มีประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตผู้คน และมีการปลูกฝังให้เยาวชนคนรุ่นหลังของประเทศได้รู้จักรากเหง้าและมีความรักชาติ อันเป็นแบบอย่างที่ดีที่ยุวทูตฯ สามารถนำมาปฏิบัติด้วยตนเอง และนำไปเผยแพร่ขยายผลในโรงเรียนของตน และยังเป็นการเปิดมุมมองของการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างนักเรียนของทั้งสองประเทศ ซึ่งจะนำไปสู่การติดต่อระหว่างกันในอนาคต นับเป็นการสร้างคุณค่าให้ยุวทูตฯ ได้มีประสบการณ์ชีวิตที่จะจดจำไปตลอด และมีกำลังใจที่จะเป็นเยาวชนคนดีของสังคมและประเทศชาติต่อไป