Skip to main content

คณะยุวทูตความดีเยือนสหพันธรัฐรัสเซีย รุ่นที่ 3 (ปี 2569)

30 สิงหาคม 2569 - 9 กันยายน 2569
ผู้เข้าชม 115

         มูลนิธิยุวทูตความดี ร่วมกับ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมอสโก ดำเนินโครงการเสริมสร้างประสบการณ์เรียนรู้และสานสัมพันธ์สร้างมิตรไมตรีของยุวทูตความดีในสหพันธรัฐรัสเซีย ที่กรุงมอสโกและนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กระหว่างวันที่ 30 สิงหาคม – 9 กันยายน 2569 โครงการฯ ดังกล่าว ดำเนินอย่างต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 3 ด้วยความสนับสนุนของเอกอัครราชทูตศศิวัฒน์ ว่องสินสวัสดิ์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงมอสโก มิตรภาคีจากทางการของรัสเซีย และภาคเอกชนไทยในรัสเซีย โครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์ให้เยาวชนไทยได้ศึกษาประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ไทย –  รัสเซีย ที่มีมายาวนานกว่า 129 ปี เรียนรู้วัฒนธรรมและเทคโนโลยีล้ำสมัย รวมทั้งเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมไทย พร้อมสานไมตรีกับเยาวชนรัสเซีย

            คณะยุวทูตความดีประกอบด้วย นักเรียน 7 คน ครู 2 คน และเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ 1 คน รวมจำนวน 10 คน คณะยุวทูตฯ มาจาก 9 โรงเรียน ใน 9 จังหวัด ซึ่งได้รับคัดเลือกจากค่ายอบรม ต้นกล้าความดี ก้าวสู่สากล จัดขึ้นที่อุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร จังหวัดเพชรบุรี เมื่อเดือนเมษายน พ.ศ. 2569

            เมื่อวันที่ 28 – 29 สิงหาคม 2569 มูลนิธิฯ ได้จัดการอบรมเตรียมความพร้อมก่อนเดินทางให้แก่คณะฯ  ในโอกาสนี้ยุวทูตฯ ได้รับโอวาทจาก นายดอน ปรมัตถ์วินัย ประธานก่อตั้งยุวทูตความดี ความว่า “ประเทศไทยมีความทัดเทียมนานาประเทศได้ไม่ว่าในแบบปักเจกหรือในแบบทีม ที่เห็นได้เด่นชัดในระดับบุคคล คือ นักกอล์ฟ นักร้อง นักแบดมินตัน ในลักษณะทีม คือ วอลเลย์บอลหญิง ซึ่บนับเป็นความภาคภูมิใจอย่างหนึ่งของประเทศไทย ถ้าเราชอบเล่นกีฬาก็นับว่าเป็นพรสวรรค์อย่างหนึ่ง ไม่จำเป็นต้องกีฬาอย่างเดียว หากเรามีความเก่งในด้านใดก็ให้ไปให้สุด การไปประเทศที่กว้างใหญ่อย่างรัสเซียซึ่งมีบทบาทสำคัญในโลก เราสามารถเรียนรู้ได้รอบด้านจากประเทศนี้ ขอให้การเดินทางประสบความสำเร็จในทุกด้าน ตั้งแต่ความปลอดภัย ความรู้ที่ได้กลับมา และสิ่งที่ได้นำไปเผยแพร่ ซึ่งจะทำให้เป้าหมายของการเดินทางครั้งนี้สัมฤทธิ์ผล”

            พร้อมรับโอวาทจาก ผอ.จันทร์ทิพา  ภู่ตระกูล ผู้อำนวยการมูลนิธิยุวทูตความดี ความว่า “ให้ยุวทูตความดีมีความตื่นรู้ เก็บเกี่ยวประสบการณ์ที่รัสเซีย รู้จักสังเกต และเรียนรู้จากทุกสิ่งที่อยู่รอบตัว มองรอบด้านให้ครบทุกมิติ หมั่นถามในสิ่งที่ตนเองไม่รู้ และให้ตระหนักอยู่เสมอว่า ต้องทำวันนี้ให้ดีกว่าเมื่อวาน รู้จักคิดด้วยความลึกซึ้งแห่งภูมิปัญญา ไม่เปรียบเทียบตนเองกับผู้อื่นเพราะทุกคนล้วนเป็นเพชรเม็ดงามด้วยความสามารถที่แตกต่างกัน และให้ทำงานเป็นทีม โดยให้ทำหน้าที่เป็นนักสื่อสาร นักการทูต และนักข่าว ในการปฏิบัติภารกิจต่าง ๆ  ช่วยกันแก้ปัญหาด้วยความถนัดของแต่ละคน จะพาไปสู่ทางออกและบรรลุเป้าหมาย พร้อมวางตนให้เหมาะสมกับทุกสถานการณ์ ในฐานะตัวแทนประเทศไทย” 

            คณะยุวทูตฯ ได้รับฟังบรรยายให้ความรู้จากนักการทูตจากกรมยุโรป กรมความร่วมมือระหว่างประเทศ กรมองค์การระหว่างประเทศ และสถาบันการต่างประเทศเทวะวงศ์วโรปการ ที่ได้เคยศึกษาและประจำการที่สหพันธรัฐรัสเซีย ในเรื่อง ภูมิหลังและประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ไทย – รัสเซีย การพัฒนาเยาวชนผ่านระบบการศึกษา รู้จักผู้คน อาหาร สถานที่และวัฒนธรรมรัสเซีย พร้อมเรียนรู้ข้อควรปฏิบัติและที่เลี่ยงไม่พึงปฏิบัติในรัสเซีย

              ในการเยือนครั้งนี้ คณะฯ ได้เข้าเยี่ยมคารวะ เอกอัครราชทูตศศิวัฒน์ ว่องสินสวัสดิ์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงมอสโก ที่ทำเนียบเอกอัครราชทูต และได้รับโอวาทความว่า “ขอแสดงความชื่นชมกับมูลนิธิยุวทูตความดี ที่ได้คัดเลือกยุวทูตฯ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทุกคนมีคุณภาพคับแก้ว สิ่งที่อยากฝากให้กับยุวทูตความดีทุกคน นการมาปฏิบัติหน้าที่ในต่างประเทศ มี 3 ประการ คือ 1. ให้สนุกกับการที่มาในครั้งนี้ เมื่อมีความสนุกจะส่งผล  ห้มีความคิดและไอเดียต่าง ๆ ซึ่งเกิดขึ้นจากศักยภาพของตนเอง เมื่อสนุกแล้วก็จะไม่เหนื่อย 2. ให้ใช้โอกาสที่ได้รับอย่างเต็มที่ ทำความรู้จักกับประเทศ คน และสังคมของรัสเซีย ด้วยใจ ตา หู พร้อมเข้าไปสัมผัสกับสิ่งเหล่านั้น  3. ให้ช่วยนำความเข้าใจไปเล่าต่อ ให้เพื่อน ครอบครัว คุณพ่อ คุณแม่ และคุณครู ไม่ใช่เฉพาะเรื่องเกี่ยวกับรัสเซีย หากเป็นข้อคิดต่าง ๆ ที่ยุวทูตความดีได้รับจากการมาพัฒนาโลกทัศน์ในครั้งนี้ เพราะทุกคนที่เข้าร่วมโครงการยุวทูตความดี ได้รับโอกาสพิเศษซึ่งมากกว่าเด็กคนอื่นในประเทศไทย ขอให้นำประสบการณ์ แนวคิด ไปถ่ายทอดด้วย” 

             ทั้งนี้ เอกอัครราชทูตฯ ได้ให้ความรู้และคำแนะนำเกี่ยวกับอาชีพนักการทูต ที่สร้างคุณประโยชน์ให้กับประเทศชาติและประชาชนชาวไทย พร้อมเลี้ยงรับรองอาหารกลางวันให้แก่คณะฯ 

             คณะยุวทูตฯ ได้สานสัมพันธ์แลกเปลี่ยนประสบการณ์เรียนรู้และวัฒนธรรมกับนักเรียนในสถาบันการศึกษาชั้นนำของกรุงมอสโก และนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก จำนวน 4 แห่ง ดังนี้ 

            1. โรงเรียน State Budgetary  General Education Institution of the City of Moscow    “V.F. Orlov Maryina Roshcha School” โรงเรียนรัฐบาลของกรุงมอสโก ตั้งอยู่ในเขต Maryina Roshcha มีลักษระเป็นศูนย์รวมทางการศึกษา ซึ่งประกอบด้วยอาคารเรียนหลายแห่งและจัดการศึกษาระดับประถมศึกษา Grade 1 – 4 มัธยมศึกษาตอนต้น Grade 5 – 9 และมัธยมศึกษาตอนปลาย Grade 10 – 11 โดยรัฐบาลรัสเซียสนับสนุนการศึกษาภาคปกติให้แก่ทุกคนโดยไม่มีค่าใช้จ่าย จุดเด่นของโรงเรียนนี้คือ การเปิดโอกาสให้นักเรียนระดับมัธยมได้เริ่มสำรวจและเตรียมตัวสำหรับวิชาชีพที่สนในอนาคต (Pre-professional Education) โดยเปิดการเรียนการสอนหลายแขนง เช่น Medical  IT  Engineering & Technology  Space เป็นต้น นักเรียนจึงไม่ใช่เพียงเรียนเพื่อสอบ แต่เป็นการเชื่อมโยงโรงเรียนกับมหาวิทยาลัย สถานประกอบการ และผู้เชี่ยวชาญในวิชาชีพจริง เช่น นักเรียน Medical Class จะได้เรียนรู้การทำงานที่โรงพยาบาล ขณะที่นักเรียนสายอื่นก็สามารถทำโครงการและวิจัยร่วมกับมหาวิทยาลัยได้

            ผู้อำนวยการโรงเรียน Mr. Dmitry Alexandrovich Gurov และคณะครู ให้การต้อนรับคณะยุวทูตฯ ที่อาคารเรียน Skladochnaya และได้เข้าร่วมกิจกรรม Knowledge Day หรือวันเปิดภาคการศึกษาใหม่ตามธรรมเนียมของรัสเซีย ซึ่งตรงกับวันที่ 1 กันยายนของทุกปี ยุวทูตฯ ได้ร่วมนำเสนอวัฒนธรรมไทย (รำสีนวล และมวยไทยแอโรบิค) พร้อมนี้ คณะฯ ได้เรียนรู้การปฐมพยาบาลเบื้องต้น (การช่วยฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐาน CPR การช่วยผู้ป่วยที่มีเศษอาหารติดหลอดลม การรักษาบาดแผล) และได้ทดลองเขียนโปรแกรมหุ่นยนต์ระดับพื้นฐาน (Coding) พร้อมออกแบบที่ตั้งโทรศัพท์ด้วยโปรแกรม Compact 3D ซึ่งเป็นวิชาที่นักเรียนชาวรัสเซียได้เรียนเช่นกัน

            2. โรงเรียน Second St. Petresburg Gymnasium โรงเรียนรัฐบาลชั้นนำของนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก จัดการศึกษาครบทั้งระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนต้นและตอนปลาย ด้วยสาขาวิชาที่หลากหลาย   เช่น Primary Education languages & Literature Foreign Languages  Mathemetics  Informatics & Technology History Natural Sciences เป็นต้น และเน้นการศึกษาภาษาอังกฤษอย่างเข้มข้นตั้งแต่ ค.ศ. 1962 โรงเรียนนี้มีผลการศึกษาที่โดดเด่นโดยการจัดอับดับของ RAEX Russian Universities Ranking ประจำปี ค.ศ. 2026 จัดให้โรงเรียนอยู่อันดับที่ 9 ของโรงเรียนในนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กในด้านผลการศึกษาต่อมหาวิทยาลัยชั้นนำ

            ยุวทูตความดีได้รับการต้อนรับจากรองผู้อำนวยการโรงเรียน Ms. Yulia Viktorovna  Boroshko คณะครู และเพื่อนเยาวชนรัสเซียอย่างอบอุ่น และได้เยี่ยมชมอาคารเรียน พร้อมรับฟังประวัติโรงเรียนที่ยาวนานกว่า 220 ปี ซึ่งในวันที่ 7 กันยายน ค.ศ. 2026 ที่คณะฯ ได้ไปเยี่ยมชม โรงเรียนจะมีอายุครบ 221 ปี และได้เรียนรู้พร้อมฝึกปฏิบัติเต้นพื้นเมืองรัสเซีย โดยคุณครูสอนเต้นของโรงเรียน และได้มีคู่เต้นเป็นเพื่อน ๆ ชาวรัสเซีย 

               3. มหาวิทยาลัย Moscow State Institute of International Relations (MGIMO) มหาวิทยาลัยความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของกรุงมอสโก เป็นสถาบันอุดมศึกษาชั้นนำของประเทศรัสเซียภายใต้การกำกับดูและของกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย ได้รับการขนานนามว่าเป็น “โรงเรียนผลิตนักการทูตของรัสเซีย” และเป็นหนึ่งในสถาบันที่มีชื่อเสียงและเข้าศึกษาต่อยากที่สุดในยุโรปตะวันออก เปิดสอนหลายหลักสูตรครอบคลุมระดับปริญญาตรี-โท-เอก และหลักสูตรพิเศษ อาทิ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ นิติศาสตร์ ภาษาศาสตร์ รัฐศาสตร์ วารสารศาสตร์ การจัดการ และการศึกษาภูมิภาค 

            Dr. Ekaterina Koldunova ผู้อำนวยการศูนย์อาเซียนศึกษา (ASEAN Center) ของมหาวิทยาลัย MGIMO คณะอาจารย์ พร้อมนักศึกษาชาวรัสเซียและนักศึกษาชาวไทยที่กำลังศึกษาในระดับปริญญาโท ให้การต้อนรับคณะฯ พร้องบรรยายเรื่อง ฤดูกาลของรัสเซีย และสถานที่สำคัญของประเทศให้แก่คณะฯ

                4. มหาวิทยาลัยเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก (St.Petersburg State University : SPbU) มหาวิทยาลัย  แห่งแรกและเก่าแก่ที่สุดในรัสเซีย ก่อตั้งขึ้นเมื่อ ค.ศ. 1724 โดยพระบรมราชโองการของจักรพรรดิปีเตอร์มหาราช ปัจจุบันเปิดสอนระดับปริญญาตรี-โท-เอก กว่า 500 สาขาวิชา แบ่งเป็น 24 คณะ เช่น แพทยศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ รัฐศาสตร์ และเอเชียและแอฟริกาศึกษา มหาวิทยาลัยแห่งนี้ผลิตบัณฑิตที่ต่อมาเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงระดับโลก อาทิ นายวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีแห่งสหพันธรัฐรัสเซีย นายดมิทรี เมดเวเดฟ อดีตประธานาธิบดี และดมิทรี เมนเดเลเยฟ นักเคมี ผู้เป็นบิดาแห่งตารางธาตุ

                 ภาควิชาภาษาไทย คณะเอเชียและอัฟริกันศึกษา มหาวิทยาลัยเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ก่อตั้งขึ้นเมื่อ ค.ศ. 1961 เปิดสอนมาแล้ว 65 ปี ในหลักสูตรการฟัง พูด อ่าน และเขียนภาษาไทย และวิชาประวัติศาสตร์ ประเทศไทย คณะยุวทูตฯ ได้รับการต้อนรับจากอาจารย์ Dr. Mikhail Ignatiev หัวหน้าภาควิชาประวัติศาสตร์ไทยและภาษาไทย และอาจารย์ณัฐชีวัน เมฆรัตนกุลพัฒน์ อาจารย์ประจำสาขา Khmer and Thai Philology พร้อมกับนักศึกษาชั้นปีที่ 1 – 4 ของภาควิชาภาษาไทย ให้การต้อนรับที่ห้องไทย และให้ความรู้เกี่ยวกับการ์ตูน โซเวียตและรัสเซีย เช่น เชบูราชกาและจระเข้เกนา แมวลีโอพอลด์ สเมชาริกิ เป็นต้น พร้อมได้นำเสนอขนมท้องถิ่นรัสเซีย เช่น ซุซกิ (Sushki) ขนมปังอบแห้งคล้ายวงแหวน นิยมทานคู่กับชาร้อน เปตูชก (Petushok) อมยิ้มโบราณ  สีเหลืองอำพันรูปไก่ ช็อกโกแลต Alyonka เป็นต้น จากนั้นคณะฯ ได้เยี่ยมชมและศึกษาประวัติของมหาวิทยาลัยฯ   

                ในการเยือนโรงเรียนและมหาวิทยาลัย คณะยุวทูตความดีได้นำเสนอเรื่องราวของประเทศไทยและยุวทูตความดี ด้วยภาษาอังกฤษที่ชัดเจน คล่องแคล่ว รวมทั้งแสดงความสามารถทางวัฒนธรรม ได้แก่ มวยไทย แอโรบิค และรำสีนวล การขับร้องเพลงไทย และเพลงภาษารัสเซีย สร้างความชื่นชมและเสียงปรบมือจากเพื่อนเยาวชนรัสเซียเป็นอย่างมาก คณะฯ ได้นำเสนอขนมไทย (นมอัดเม็ดจิตรลดา กล้วยตาก และเจลลี่มะม่วง) 

พร้อมแลกเปลี่ยนของที่ระลึกและช่องทางการติดต่อระหว่างกัน ผ่านทางแอพพลิเคชั่น  Whatsapp และ Telegram นับเป็นการถักทอมิตรภาพระหว่างเยาวชนไทย – รัสเซียให้ยั่งยืนต่อไปในอนาคต

               คณะยุวทูตฯ ได้ศึกษาเรียนรู้ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม วิถีชีวิต วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำของรัสเซีย ผ่านพิพิธภัณฑ์และสถานที่สำคัญ อาทิ

            กรุงมอสโก  

            คณะฯ ได้เยี่ยมชมสถานที่สำคัญในกรุงมอสโก ซึ่งสะท้อนประวัติศาสตร์ การเมือง ศิลปวัฒนธรรม วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของรัสเซีย เริ่มจาก จัตุรัสแดง (Red Square) สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 15 สมัยพระเจ้าอีวานมหาราช และเป็นศูนย์กลางทางการเมืองและวัฒนธรรมของรัสเซีย โดบคำว่า Red ในภาษารัสเวียโบราณมีความหมายว่า “สวยงาม” มหาวิหารเซนต์เบซิล (Saint Basil’s Cathedral) สร้างขึ้นเพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งชัยชนะของรัสเซียเหนือมองโกลที่เมืองคาซานใน ค.ศ. 1552 พระราชวังเครมลิน ศูนย์กลางอำนาจสำคัญของประเทศ ภายในประกอบด้วยโบสถ์สำคัญ ได้แก่ Uspensky Cathedral สถานที่ประกอบพิธีราชาภิเษก  Cathedral of the Archangel สถานที่ฝังพระศพของซาร์และกษัตริย์รัสเซีย และ Annunciation Cathedral เก็บรักษาวัตถุศักดิ์สิทธิ์ รวมถึง สุสานเลนิน (Lenin’s Mausoleum) สถานที่เก็บรักษาร่างของวลาดิเมียร์ เลนิน ผู้นำการปฏิวัติรัสเซียและผู้ก่อตั้งรัฐโซเวียต 

               ด้านศิลปวัฒนธรรม คณะฯ ได้เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ดนตรีแห่งชาติรัสเซีย (Russian National Museum of Music) เก็บรักษามรดกทางวัฒนธรรมดนตรีจากทั่วโลกกว่า 1 ล้านชิ้น และจัดแสดงเครื่องดนตรีไทย ได้แก่ ระนาด ซออู้ ซอด้วย จะเข้ โทน และรำมะนา พิพิธภัณฑ์ Tsereseli Art Gallery จัดแสดงผลงานศิลปะของซูราบ เซเรเตลี (Zurab Tsereteli) ศิลปินผู้มีชื่อเสียงชาวรัสเซีย และเป็นส่วนหนึ่งของ Russian Academy of Arts ศูนย์ศิลปวัฒนธรรม Ges-2 House of Culture รีโนเวทมาจากโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนใต้ดินเก่าแก่ให้เป็นพื้นที่สร้างสรรค์การเรียนรู้

               ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คณะฯ ได้ศึกษาพัฒนาการของเทคโนโลยีนิวเคลียร์ตั้งแต่อดีต ปัจจุบัน และอนาคต ที่ศูนย์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีพลังงานนิวเคลียร์ (ATOM Museum) เรียนรู้ด้านอวกาศและดาราศาสตร์ พร้อมห้องปฏิบัติการฟิสิกส์ที่เน้นการเรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติที่ ท้องฟ้าจำลองมอสโก (Moscow  Planetarium) ทั้งนี้ คณะฯ ยังได้ศึกษาวิถีชีวิตและการใช้สวนสาธารณะของชุมชนผ่านการเยี่ยมชม สวนซายัดเย (Zaryadye Park) และถนนอารบัต (Arbat Street) ซึ่งเป็นถนนแห่งวิถีชีวิตของผู้คนในกรุงมอสโก

              นครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก  

              คณะฯ เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ Peterhof State Museum อดีตพระราชวังฤดูร้อนของราชวงศ์รัสเซีย และสถานที่ที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) เคยเสด็จประพาสรัสเซีย ใน ค.ศ. 1897 นับเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการสถาปนาความสัมพันธ์ไทย – รัสเซีย Peter the Great Museum of Anthropology and Ethnography (the Kunstkamera) พิพิธภัณฑ์ด้านมานุษยวิทยาและชาติพันธุ์วิทยาแห่งแรกของรัสเซีย ก่อตั้งโดยจักรพรรดิปีเตอร์มหาราชใน ค.ศ. 1714 เพื่อรวบรวมและศึกษาวัตถุทางชาติพันธุ์จากภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วโลก นอกจากนี้ คณะฯ ได้เยี่ยมชมสถาปัตยกรรมสำคัญ ที่ Church of Savior on the Spilled Blood และ St. Isaac’s Cathedral สะท้อนเอกลักษณ์ด้านศิลปะของรัสเซีย Multimedia Historical Park “Russia – My History” ศูนย์นิทรรศการที่นำเทคโนโลยีมัลติมีเดียมาประยุกต์ใช้ในการนำเสนอประวัติศาสตร์รัสเซียตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน สโมสรฟุตบอลเซนิตแห่งนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก (Stadium Zenith and Football Academy) ศึกษาการพัฒนากีฬาและระบบการฝึกนักฟุตบอล และเยี่ยมชมแหล่งประวัติศาสตร์ เศรษฐกิจ และวิถีชีวิตของนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กที่ถนน Nevsky

              โครงการดังกล่าว นับเป็นความร่วมมืออย่างต่อเนื่องของมูลนิธิยุวทูตความด กับสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมอสโก ที่มอบโอกาสให้ยุวทูตความดีได้ไปพัฒนาโลกทัศน์ที่สหพันธรัฐรัสเซีย เป็นครั้งที่ 3 ให้เยาวชนไทยได้เผยแพร่วัฒนธรรมไทยให้ชาวรัสเซียได้รับรู้รับทราบเป็นวงกว้าง และแสดงความชื่นชมประเทศไทยมากยิ่งขึ้น  และนับเป็นโอกาสที่ช่วยสร้างเสริมเยาวชนไทยให้มีความเข้มแข็ง ก้าวทันโลกและสามารถแข่งขันได้อย่างทัดเทียม และมีกำลังใจที่จะเป็นเยาวชนคนดีของสังคมและประเทศชาติต่อไปในอนาคต ด้วยความสนับสนุนจากสถานเอกอัครราชทูตและเจ้าหน้าที่ทุกคน ที่เป็นส่วนสำคัญทำให้การเยือนฯ บรรลุผลตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ทุกประการ

                การพัฒนาโลกทัศน์ที่สหพันรัฐรัสเซียเป็นโอกาสสำคัญในการพัฒนาศักยภาพของยุวทูตความดี ผ่านการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง และได้ศึกษาประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม เทคโนโลยี และวิถีชีวิตของชาวรัสเซีย ช่วยจุดประกายความคิด ปลูกฝังให้เยาวชนตระหนักถึงความสำคัญของการเรียนรู้อดีตเพื่อนำมาเป็นฐานรากในการพัฒนาตนเอง ต่อยอดองค์ความรู้ และสร้างมุมมองรอบด้านสู่การเรียนรู้ที่กว้างไกลยิ่งขึ้น พร้อมนี้ยุวทูตฯ ได้เผยแพร่วัฒนธรรมไทยให้เป็นที่รู้จักและเกิดความเข้าใจอันดีในหมู่ชาวรัสเซีย 

                ความสำเร็จของการเยือนฯ ครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือและการอุปถัมภ์อย่างดียิ่งจากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมอสโก ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการสนับสนุนให้การดำเนินโครงการบรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่ตั้งไว้ทุกประการ

โครงการสอท. / สกญ. อุปถัมภ์

รายนามคณะยุวทูตความดีเข้าร่วมโครงการพัฒนาโลกทัศน์เยือนราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์

สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเฮก ร่วมกับ มูลนิธิยุวทูตความดี ดำเนินโครงการฯ ภายใต้โครงการ สอท.อุปถัมภ์ ระหว่างวันที่ 28 กันยายน – 6 ตุลาคม 2567 คณะประกอบด้วย นักเรียนยุวทูตฯ 5 คน ครู 1 คน และเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ 1 คน รวมจำนวน 7 คน จาก 6 โรงเรียน ใน 6 จังหวัด ซึ่งได้รับคัดเลือกจาก โครงการค่ายอบรมต้นกล้าความดี ก้าวสู่สากล  รายนามคณะยุวทูตความดีเยือนราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ (ปี 2567) (สอท.อุปถัมภ์)

รายนามคณะยุวทูตความดีเข้าร่วมโครงการพัฒนาโลกทัศน์เยือนสหพันธรัฐรัสเซีย รุ่นที่ 2 (ปี 2567)

สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมอสโก ร่วมกับ มูลนิธิยุวทูตความดี ดำเนินโครงการฯ ภายใต้โครงการ สอท.อุปถัมภ์ ระหว่างวันที่ 31 สิงหาคม – 9 กันยายน 2567 คณะประกอบด้วย นักเรียนยุวทูตฯ 8 คน ครู 2 คน รวมจำนวน 10 คน จาก 10 โรงเรียน ใน 10 จังหวัด ซึ่งได้รับคัดเลือกจาก โครงการค่ายอบรมต้นกล้าความดี ก้าวสู่สากล  รายนามคณะยุวทูตความดีเยือนสหพันธรัฐรัสเซีย รุ่นที่ 2 (ปี 2567) (สอท.อุปถัมภ์)

คณะยุวทูตความดีเยือนราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์

มูลนิธิยุวทูตความดี ร่วมกับ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเฮก ดำเนิน โครงการเสริมสร้างประสบการณ์เรียนรู้ และสานสัมพันธ์สร้างมิตรไมตรีของยุวทูตความดีในราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ ปี 2567 คณะเดินทางเยือนเนเธอร์แลนด์ ระหว่างวันที่ 26 กันยายน – 6 ตุลาคม 2567 โดยความสนับสนุนของเอกอัครราชทูตอสิ  ม้ามณี เพื่อเพิ่มพูนการเรียนรู้ให้แก่ยุวทูตความดี ในด้านประวัติศาสตร์ความเป็นมาของความสัมพันธ์ทางการทูตไทย – เนเธอร์แลนด์ที่ยาวนานกว่า 420 ปี และเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์และมิตรภาพความเข้าใจอันดีระหว่างเยาวชนไทย – เนเธอร์แลนด์ ผ่านกิจกรรมทางศิลปวัฒนธรรมและกิจกรรมวิชาการ ร่วมกับเยาวชนดัตช์ นำไปสู่การเสริมสร้างบุคลากรที่มีคุณภาพของประเทศในอนาคต

keyboard_arrow_up