Skip to main content

คณะยุวทูตความดี เยือนนครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน

13 - 19 กันยายน 2569
ผู้เข้าชม 227

มูลนิธิยุวทูตความดี ร่วมกับสถานกงสุลใหญ่ ณ นครเซี่ยงไฮ้ ดำเนินโครงการยุวทูตความดีเยือนนครเซี่ยงไฮ้สาธารณรัฐประชาชนจีน  ระหว่างวันที่ 13 – 19 กันยายน 2569 คณะฯ นำโดย ผอ.จันทร์ทิพา ภู่ตระกูล ผู้อำนวยการมูลนิธิยุวทูตความดี คณะประกอบด้วย ผู้อำนวยการโรงเรียน 8 คน ครูผู้ดูแล 9 คน และนักเรียนยุวทูตฯ 23 คน จาก 21 โรงเรียน ใน 17 จังหวัด พร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ และอาสามัคร 3 คน จำนวนรวมทั้งสิ้น 44 คน โดยนักเรียนและครูได้รับการคัดเลือกจากค่ายอบรม ศาสตร์พระราชา ก่อเกื้อการพัฒนาที่ยั่งยืน ที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพาน จังหวัดสกลนคร และค่ายอบรมต้นกล้าความดี ก้าวสู่สากล ที่อุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร จังหวัดเพชรบุรี เมื่อเดือนมีนาคม – เมษายน 2569

ในวันที่ 11 – 12  กันยายน 2569  มูลนิธิฯ ได้จัดอบรมเตรียมความพร้อมให้คณะก่อนเดินทาง โดยมีเจ้าหน้าที่กรมเอเชียตะวันออก เจ้าหน้าที่ที่เคยได้ศึกษาและประจำการที่ประเทศจีน  ให้ความรู้เกี่ยวกับ “ประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ไทย  – จีน” “การพัฒนาเยาวชนผ่านระบบการศึกษาของจีน” “การรู้จัก รู้ใจ รู้แนวคิดความเป็นจีน”  “รู้จักสถานที่ที่จะไปเยือนในนครเซี่ยงไฮ้” และ “เปิดโลกทัศน์ รู้จัก ผู้คน อาหาร วัฒนธรรม และภาษา” ฯลฯ 

ผอ.จันทร์ทิพา ภู่ตระกูล ผู้อำนวยการมูลนิธิยุวทูตความดี กล่าวให้โอวาทกับคณะยุวทูตฯ ความว่า “ขอให้มีหัวใจนักปราญช์ในการแสวงหาความรู้เพื่อให้เป็นผู้มีปัญญารอบรู้ ด้วย 4 หลักธรรม (สุ จิ ปุ ริ)  คือ การฟัง การคิด   การถาม และการเขียน หากนำหลักการนี้ไปใช้ในการเรียนรู้สิ่งต่างๆ จะทำให้เป็นผู้ที่มีความรอบรู้  หากทำได้จะนำไปสู่การประสบความสำเร็จในการเรียนและการทำงานต่อไป”

ในการเยือนครั้งนี้ คณะฯ ได้เข้าเยี่ยมคารวะ ท่านกงสุลใหญ่ธัชพร สุนทราจารย์ ที่สถานกงสุลใหญ่ ณ นครเซี่ยงไฮ้ และได้รับโอวาทจากท่านกงสุลใหญ่ ความว่า “น้องๆ ยุวทูต ในฐานะฟันเพืองตัวเล็กๆ  ที่ได้มีโอกาสมาเยือน ได้สร้างมิตรภาพ ได้สร้างความประทับใจให้กับเพื่อนๆ ชาวจีน นับเป็นฟันเฟืองชิ้นสำคัญในการส่งเสริมความสัมพันธ์ไทยจีนให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น”  ทั้งนี้ ท่านกงสุลใหญ่ได้ให้เกียรติจัดเลี้ยงอาหารกลางวันให้แก่คณะฯ ด้วย 

คณะยุวทูตฯ ได้สานสัมพันธ์แลกเปลี่ยนประสบการณ์เรียนรู้กับนักเรียนระดับประถมศึกษา – มัธยมต้นศึกษาในนครเซี่ยงไฮ้ จำนวน 3 แห่ง  สถาบันแลกเปลี่ยนเยาวชนฯ 1 แห่ง  และภาควิชาภาษาไทย 1 มหาวิทยาลัย ดังนี้

1. โรงเรียนกันฉวน (Shanghai Ganquan Foreign Languages Middle School) ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2497 เปิดสอนตั้งแต่ระดับมัธยมต้น – มัธยมปลาย ปัจจุบันมีนักเรียนระดับมัธยมต้นที่คณะได้ไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้วย จำนวน 2,000 คน เจ้าหน้าที่ และคุณครู 200 คน  มีนักเรียนต่างชาติกว่า 14 ประเทศ และมีนักเรียนไทย 2 คนโดยผู้อำนวยการโรงเรียน คือ นายโจว กัง (Zhou Gang)  โรงเรียนแห่งนี้โดดเด่นในเรื่องหลักสูตรการสอนภาษาต่างประเทศที่หลากหลาย ทั้งภาษาญี่ปุ่น อังกฤษ เยอรมัน สเปน และฝรั่งเศส มีการส่งเสริมนักเรียนให้ก้าวสู่สากล  (Motto : Ganquan to the World)  โรงเรียนกันฉวน มีทั้งหมด 4 วิทยาเขต  รวมนักเรียนกว่า 4,000 คน ครู  430 คน โดยคุณครูที่สอนในโรงเรียนจะต้องจบระดับปริญญาโท – เอก  โดย ผอ. โจว กัง ได้กล่าวถึง “วิสัยทัศน์ของโรงเรียนที่มุ่งเน้นหลักสูตรภาษาต่างประเทศที่หลากหลาย และส่งเสริมให้นักเรียนก้าวสู่สากลโดยมีโครงการความร่วมมือและแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศทั่วโลก” ท่านผอ.มูลนิธิฯ ได้กล่าวถึง “จุดประสงค์การเยือนในครั้งนี้ เป็นการสร้างประสบการณ์เรียนรู้ และพัฒนาโลกทัศน์ ควบคู่กับการเสริมสร้างความสัมพันธ์ในระดับเยาวชน โดยเฉพาะนักเรียนในนครเซี่ยงไฮ้  ที่เปรียบเสมือนสะพานมิตรภาพที่เชื่อมโยงทำให้ความสัมพันธ์ไทย – จีน มีความแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น หลังจากการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันมากว่า 50 ปี” โรงเรียนให้การต้อนรับคณะยุวทูตฯ อย่างอบอุ่น ด้วยการแสดงร้องเพลงภาษาไทย “ภาษารัก” และจัดกิจกรรมให้คณะนักเรียนได้เรียนรู้ ศิลปะการต่อสู้แบบจีน  และ การแสดงอุปกรจีน (งิ้ว) ทั้งนี้ คณะยุวทูตความดีได้นำเสนอ เกี่ยวกับประเทศไทย และ ยุวทูตความดี รวมทั้งขับร้องเพลงภาษาอังกฤษ และ ภาษาจีน การแสดงรำ “แสงเทียนแห่งศรัทธา” รวมถึง ได้นำขนมไทย 4 ชนิด (นมอัดเม็ดจิตรลดาเยลลี่มะม่วง อาลัว และ ข้าวตังหน้าหมูหยอง) ไปให้เพื่อนๆ ชาวจีนได้ลิ้มลองในกิจกรรม Tatse of Thailand

ในส่วนของผู้บริหารโรงเรียน ทั้ง 2 ฝ่าย ได้ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนแนวทางทางการศึกษาในการก้าวสู่มาตราฐานสากล  โดยทั้งสองฝ่ายสนใจทำการแลกเปลี่ยนกิจกรรมการเยี่ยมเยียนระหว่างกัน ทางโรงเรียนกันฉวนจะเปิดโอกาสให้โรงเรียนขนาดใหญ่ที่มีเปิดสอนภาษาอังกฤษและจีนได้มาทำโครงการร่วมกันด้วยความยินดี ซึ่งทางโรงเรียนกันฉวนสนใจที่จะเพิ่มขายความร่วมมือกับโรงเรียนในกรุงเทพฯ และ เชียงใหม่ และจะหาช่องทางในการทำ MOU ระหว่างกันต่อไปในอนาคต

2. สถาบันแลกเปลี่ยนกิจกรรมเยาวชนเขตจิ้งอาน คณะฯ ยังได้เข้าพบ นาย Feng Jinghua (เฟิง จิ่งฮวา) ผู้อำนวยการ คณะได้เข้าพบและแลกเปลี่ยนเกี่ยวกับพัฒนาเยาวชนผ่านระบบการศึกษาของจีน ที่มีการจัดการศึกษาให้กับเยาวชนในประเทศอย่างมีระบบ โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาทางด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์  เทคโนโลยี และดาราศาสตร์ สำหรับเยาวชน ประกอบกับการพัฒนาความอ่อนโยนทางจิตใจผ่านการสร้างงานทางศิลปะหลากหลายแขนง โดยมีวิชาเรียนเปิดสอนทั้งหมด 692 วิชา มีผู้เรียนกว่า 18,320 คน เปิดเฉพาะเย็นวันศุกร์ และ วันเสาร์ – อาทิตย์ โดยท่านผอ.สถาบันได้กล่าวต้อนว่า “ประเทศไทยเป็นมิตรประเทศที่มีความสัมพันธ์อันดี การส่งเสริมแลกเปลี่ยนระหว่างเยาวชน นักเรียนและครูทั้ง 2 ประเทศ จะช่วยเสริมสร้างความเข้าใจและมิตรภาพให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น โดยศูนย์ของเราเป็นพื้นที่สำหรับการเรียนรู้และสถานที่แห่งความสุขสำหรับกิจกรรมนอกห้องเรียนของเยาวชน วันนี้เราจะร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลต่างๆ เพื่อให้ทุกท่านได้ทำความรู้จักและเข้าใจกับการศึกษานอกของเรียนของจีนยิ่งขึ้น” โดยท่านผอ.มูลนิธิฯ กล่าวว่า “การเยือนครั้งนี้ เป็นความร่วมมือกันเพื่อพัฒนาเยาวชนให้เป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ เพื่อเกิดการแลกเปลี่ยนความเชี่ยวชาญในทักษะหลากหลายด้านให้กับประเทศของเราทั้งสอง เพื่อจับมือก้าวสู่การเป็นพลเมืองโลกที่น่าภาคภูมิใจ”

ในการนี้ คณะผู้อำนวยการโรงเรียน ยังได้มีการหารือกับผู้อำนวยการศูนย์ฯ เพื่อนำแนวทางการพัฒนาเยาวชนของจีนมาต่อยอดปรับใช้กับโรงเรียนของตนเอง ทั้งนี้ ทางกระทรวงศึกษาจีนยังจัดให้คณะฯ ทำกิจกรรมชงชา ได้ฝึกลงสีและทดลองเล่นขลุ่ยไม้ไผ่ โดยอาจารย์ของศูนย์ได้มาสอนทำกิจกรรมดังกล่าว และได้รับมอบเป็นของที่ระลึก

3. โรงเรียนยิวชุง (Yew Chung International School : YCIS) วิทยาเขตเซี่ยงไฮ้  ซึ่งเกิดขึ้นเป็นแห่งแรกในจีน มีความโดดเด่นด้านหลักสูตรหพุวัฒนธรรม โดยเน้น ภาษาอังกฤษ และ ภาษาจีนในการสอน มีจำนวนนักเรียน 2,200 คน กว่า 50 สัญชาติ และ มีครูมาจาก 20 ประเทศ ทำให้มีความหลากหลายภายในโรงเรียน ช่วยให้นักเรียนมีความเปิดกว้างทางความคิด และเข้าใจวัฒนธรรมที่หลากหลาย มี Mr. lan Lee  และ Ms. Li Li  รองผู้อำนวยการโรงเรียนฯ  ให้การต้อนรับ กล่าวว่า โรงเรียนยิวชุง “เป็นโรงเรียนที่ที่มุ้งเน้นการผสมผสานแนวคิดวัฒนธรรมตะวันออกและตะวันตกเข้ากันอย่างลงตัว เพื่อเตรียมพร้อมสู่การเป็นพลเมืองโลกที่เข้าในความหลากหลาย และเป็นโรงเรียนแห่งนี้ เป็นที่เดียวในเอเชียที่ได้รับรางวัล Cambridge Award for Excellence in Education” และทางโรงเรียนได้ภูมิใจนำเสนอกิจกรรม “Hidden Treasures of Shanghai” โดยให้นักเรียนจัดทำคู่มือสถานที่ที่ซ่อนอยู่ในเซี่ยงไฮ้ที่น่าสนใจ โดยการนำไปจำหน่ายและมอบรายได้เป็นการกุศล  โดยท่านผอ.มูลนิธิฯ ได้กล่าวที่มาของมูลนิธิฯ “ริเริ่มโดยกระทรวงการต่างประเทศ และได้รับทุนอุปถัมภ์จากกระทรวงการต่างประเทศ พร้อมทั้งได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงศึกษาธิการ โดยมูลนิธิฯ ได้ก่อตั้งมา 27 ปี แล้ว มีโรงเรียนเครื่อข่ายกว่า 1,000 โรงเรียนทั่วประเทศ มุ่งเน้นการพัฒนาเยาวชนให้พร้อมก้าวสู่การเป็นพลเมืองโลกที่น่าภาคภูมิ การและเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่าง YCIS ย่อมก่อให้เกิดประโยชน์ในระดับเยาวชน โดยเฉพาะ “YCIS เป็นโรงเรียนชั้นนำ  มีชื่อเสียง นักเรียนมีความรอบตัวรอบด้านสูง  ทางโรงเรียนต้อนรับด้วย การแสดงดนตรีกู่เจิงของนักเรียน  คณะยุวทูตฯ ได้นำเสนอ เกี่ยวกับประเทศไทย และ ยุวทูตความดี เป็นภาษาอังกฤษ และ ภาษาจีน รวมทั้งขับร้องเพลง การแสดงรำ “แสงเทียนแห่งศรัทธา”  และแนะนำ Tatse of Thailand ผ่านขนมไทย 4 ชนิด ไปให้เพื่อนๆ ชาวจีน ได้ลิ้มลอง ซึ่งเป็นที่ชื่นชมและชื่นชอบอย่างมาก

4. มหาวิทยาลัยนานาชาติศึกษาเซี่ยงไฮ้ (Shanghai International Studies University : SISU) ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2492  เป็นสถาบันอุมศึกษาด้านภาษาต่างประเทศแห่งแรก ที่ก่อตั้งขึ้นภายหลังการสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน มีความโดดเด่นมาอย่างยาวนานในด้านภาษาและวรรณคดีต่างประเทศ ปัจจุบันมหาลัยเปิดสอนภาษาต่างๆ รวม 54 ภาษาฯ โดยคณะได้เข้าทำกิจกรรม ที่ภาควิชาภาษาไทย ที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อ ปี พ.ศ. 2544 โดยเปิดรับนักศึกษาปริญญาตรีทุกสองปี  มีอาจารย์ชาวจีนและชาวไทยร่วมกันรับผิดชอบการเรียนการสอน ปัจจุบันมีนักศึกปริญญาตรี  16 คน และปริญญาโท 3 คน โดยมีศาสตราจารย์เฉิง เย่หยาง รักษาการคณบดีสถาบันเอเชียและแอฟริกันศึกษา และนางหวัง หุ้ยฮัว เลขาธิการมูลนิธิของมหาวิทยาลัย ให้การต้อนรับฯ โดยกล่าวว่า “ทางภาควิชาภาษาไทยมีโครงการความร่วมมือทางวิชาการและแลกเปลี่ยนอาจารย์และนักศึกษากับมหาวิทยาลัยชั้นนำในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งหวังให้นักศึกษาใช้ภาษาอย่างคล่องแคล่ว เข้าใจวัฒนธรรมไทย สื่อสารกับมิตรชาวไทยด้วยความจริงใจ และเติบโตเป็นเยาวชนที่ช่วยสานต่อมิตรภาพจีน-ไทย” ขณะเดียวกัน ท่านผอ.มูลนิธิฯ ได้กล่าวว่า “การมาเชื่อมสัมพันธ์ครั้งนี้ ได้สร้างแรงบันดาลใจให้กับน้องๆ ยุวทูตความดี ในการศึกษาเกี่ยวกับประเทศจีน และ ภาษาจีนเพิ่มยิ่งขึ้น ซึ่งภาษาเปรียบเสมือนสะพานมิตรภาพที่เชื่อโยงการติดต่อระหว่างไทย – จีนให้ใกล้ชิดกันยิ่งขึ้น” ในส่วนพี่นักศึกษาจีน ภาควิชาภาษาไทยได้มาทำกิจกรรมสร้างสรรค์ให้คณะได้ร่วม เช่น กิจกรรมตอบคำถามเกี่ยวกับสถานที่ในเซี่ยงไฮ้ และ เกมส์เรียนรู้ภาษาจีนที่ใช้ในชีวิตประจำวัน อีกทั้งได้ร้องเพลงไทย “ไม่ได้ก็ไม่เอาแล้ว” ต้อนรับคณะฯ จากนั้นคณะยุวทูต ได้นำเสนอได้เตรียมกิจกรรม ได้แก่ การเรียงคำเป็นประโยค เสียงเพลงเชื่อมใจ ต่อสำนวนไทยมหาสนุก ศัพท์ฮิต ติดเทรนด์  และเปิดภาพ ทายถิ่นไทย ซึ่งเกมส์ดังกล่าวเป็นการฝึกฝนภาษาไทยให้กับพี่นักศึกษา และเป็นการแลกเปลี่ยนสานสัมพันธ์ระหว่างกันอีกด้วย อีกทั้ง คณะยุวทูตฯ ได้นำเสนอ เกี่ยวกับประเทศไทย และ ยุวทูตความดี รวมทั้งขับร้องเพลงภาษาไทย และ ภาษาจีน และการแสดงรำ “แสงเทียนแห่งศรัทธา” รวมถึง ได้นำขนมไทย 4 ชนิด ไปให้พี่ๆ ชาวจีนได้ลิ้มลองในกิจกรรม Tatse of Thailand ในส่วนของผู้บริหารโรงเรียน ได้เข้าร่วมหารือกับศาสตราจารย์เฉิง เย่หยาง รักษาการท่านคณบดีฯ นางหวัง หุ้ยฮัว เลขาธิการมูลนิธิของมหาวิทยาลัย และอาจารย์แก้ว หัวหน้าภาควิชาภาษาไทย ถึงความร่วมมือในรูปแบบการส่งนักศึกษาจีน ภาควิชาภาษาไทย มาเป็นครูฝึกสอนภาษาจีนที่โรงเรียนในไทย ซึ่งทั้งสองฝ่ายได้เปิดช่องทางดังกล่าวซึ่งสามารถทำได้ในอนาคตต่อไป

5. โรงเรียนประถมศึกษาหยุนเจียน ในเขตซงเจียง (Songjiang Yunjian Primary school) ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2559  มีนักเรียน 1,300  คน  โดยมี นางเฉา เหว่ย เจิน (Cao Weizhen) เป็นผู้อำนวยการโรงเรียน โรงเรียนแห่งนี้เป็นโรงเรียนภาครัฐที่มีการจัดวางผังของโรงเรียนอย่างเป็นระบบ มีสภาพแวดล้อมที่น่ารื่นรมย์ และมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทันสมัยครบถ้วน ในการกล่าวต้อนรับ ผอ. เฉา เหว่ย เจิน  กล่าวว่า “โรงเรียนมุ่งปลูกฝัง “ให้นักเรียนมีปัญญาแบบองค์รวม รักรากเหง้าของจีน และเปิดรับวิสัยทัศน์ระดับโลก เรียนรู้อย่างชาญฉลาด เล่นอย่างฉลาดรู้ และใช้ชีวิตอย่างฉลาดคิด”  ขณะเดียวกัน ท่านผอ.มูลนิธิฯ ได้กล่าวถึง “ภารกิจสำคัญของมูลนิธิฯ ที่สนับสนุนส่งเสริมให้เยาวชนไทยให้มีความรักชาติ เป็นคนดี มีคุณภาพ และรู้รักเมืองไทยผ่านโครงการและกิจกรรมของเรา” โรงเรียนหยุนเจียนได้จัดฐานการเรียนรู้ให้คณะเยี่ยมชม ดังนี้ ฐานการบังคับหุ่นยนต์ ฐานวัฒนธรรมการแต่งกาย ฐานการทำที่คั่นหนังสือและตัวอักษรจีน  และฐานสิ่งประดิษฐ์จากสิ่งของเหลือใช้ และได้จัด Workshop การลงสีภาพพิมพ์บนแผ่นกระเบื้อง และมอบให้คณะเป็นของที่ระลึก อีกทั้งได้ ทำการนำเสนอเกี่ยวกับโรงเรียน และ ทำการแสดงละครเวทีเรื่องไซอิ๋ว ให้คณะได้รับชม ในส่วนคณะยุวทูตความดีได้นำเสนอ เกี่ยวกับประเทศไทย และ ยุวทูตความดี รวมทั้งขับร้องเพลง ในภาษาอังกฤษ และ ภาษาจีน รวมถึง ได้นำขนมไทย 4 ชนิด ไปให้เพื่อน ๆ ชาวจีนได้ลิ้มลอง 

ในการเยือน 3 โรงเรียน  และ 1 มหาวิทยาลัย คณะยุวทูตความดีได้นำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับ ประเทศไทย ยุวทูตความดี ด้วยภาษาอังกฤษ ภาษาจีนที่ชัดเจน คล่องแคล่ว รวมทั้งแสดงความสามารถในการแสดงทางวัฒนธรรม อาทิ การรำ การขับร้องเพลงไทย อังกฤษ และจีน สร้างความชื่นชมและชื่นชอบเป็นอย่างมากให้กับผู้บริหารโรงเรียน คณะครูและนักเรียนฝ่ายจีน การแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมทางด้านอาหาร โดยคณะฯ ได้นำเสนอขนมของไทย รวมทั้งได้แลกเปลี่ยนของที่ระลึกและช่องทางการติดต่อระหว่างกัน นับเป็นการพัฒนาโลกทัศน์และขยายฐานแห่งมิตรภาพระดับเยาวชนของทั้งสองประเทศ 

คณะยุวทูตฯ ยังได้ศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับวิทยาการที่ทันสมัย ประวัติศาสตร์ สังคม และวัฒนธรรมของนครเซี่ยงไฮ้ และหางโจว ผ่านพิพิธภัณฑ์และสถานที่สำคัญ อาทิ วัดหลงหัว เป็นวัดพุทธที่เก่าแก่ที่สุด และใหญ่ที่สุดในเซี่ยงไฮ้มีอายุกว่า 1,700 ปี เยี่ยมชม ถนนประวัติศาสตร์อู่คัง รายล้อมด้วยอาคารประวัติศาสตร์ ในสไตล์สถาปัตยกรรมตะวันตก หอสมุดเด็กเซี่ยงไฮ้ ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ มีหนังสือกว่า 5 แสนเล่ม เป็นห้องสมุดยุคใหม่ที่ผสมผสานจินตนาเข้ากับเทคโนโลยีล้ำสมัยอย่างลงตัว พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเซี่ยงไฮ้  เป็นการจัดแสดงแบบ Interactive มีด้วยกัน 14 โซน ครอบคลุมตั้งแต่ป่าดิบชื้น โลกของมนุษย์หุ่นยนต์ อวกาศ ไปจนถึงร่างการมนุษย์ และมูลนิธิฯ ยังได้นำคณะเดินทางไปยังเมืองหางโจว มณฑลเจ้อเจียง เยี่ยมชมสถานที่สำคัญ ทะเลสาบซีหู เป็นทะเลสาบน้ำจืดที่เป็นแหล่งมรดกโลก ได้รับขนานนามว่า เป็นสวรรค์บนดิน เนื่องจากมีธรรมชาติ ทิวทัศน์ ภูเขา และทะเลสาบที่งดงาม และได้ไปเยี่ยขมชม วัดหลินอิ่น เป็นวัดพุทธเก่าแก่ ยาวนานกว่า 1,600 ปี ภายในอุโบสถมีพระศรีศากยมุนี ซึ่งถือเป็นพระพุทธรูปไม้ขนาดใหญ่ที่สุดในจีน นอกจากนี้ ยังได้ไปเยี่ยมชมสถานที่ เช่น The Bund  ย่านซินเทียนตี้ และ ถนนหนานจิง  ซึ่งเป็นย่านศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและสัญลักษณ์สำคัญของเซี่ยงไฮ้

โครงการยุวทูตความดีเยือนนครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน ประสบผลสำเร็จ ด้วยความสนับสนุนร่วมมือจากสถานกงสุลใหญ่ นับเป็นประสบการณ์พิเศษที่สร้างโอกาสการเรียนรู้ของผู้บริหารการศึกษา คณะครู และเยาวชนให้มีมิติที่หลากหลาย ได้ศึกษาแบบอย่างปฏิบัติจากประเทศ ที่มีวิทยาการที่มันสมัย  มีประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมอันยาวนาน และมีผู้คนมีความขยัน ปรับตัวอย่างเท่าทันโลก และมีการปลูกฝังให้เยาวชนคนรุ่นหลังของประเทศได้รู้จักรากเหง้าและมีความรักชาติ อันเป็นแบบอย่างที่ดี ที่คณะสามารถเลือกนำมาประยุกต์ปฏิบัติ และเผยแพร่ขยายผลในโรงเรียนของตน และยังเป็นการเปิดมุมมองของการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างนักเรียนของทั้งสองประเทศ ซึ่งจะนำไปสู่การติดต่อแลกเปลี่ยนระหว่างกันในอนาคต นับเป็นการสร้างคุณค่าการเรียนรู้ให้ผู้เข้าร่วมโครงการพัฒนาโลกทัศน์ด้วยการเยือนนครเซี่ยงไฮ้ ในปี 2569 ได้มีประสบการณ์ชีวิตที่จะจดจำไปตลอด และมีกำลังใจที่จะพัฒนางานให้ก้าวสู่มิติใหม่ๆ ที่จะพัฒนาตนให้เป็นคนดี มีคุณภาพของสังคมและประเทศต่อไป

โครงการพัฒนาโลกทัศน์

เยาวชนยุวทูตความดีเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน (ปักกิ่ง-เซี่ยเหมิน)

มูลนิธิยุวทูตความดีดำเนินโครงการเยาวชนคนดีเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน (ปักกิ่ง – เซี่ยเหมิน) ระหว่างวันที่ 19 – 25 กรกฎาคม 2569 โดยประสานความร่วมมือกับสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย คัดเลือกเยาวชนยุวทูตความดีเข้าร่วม ค่ายพัฒนาความสามารถของเยาวชนเพื่ออนาคตที่มีความร่วมมือกัน (Youth Development for a Shared Future Summer Camp)ซึ่งจัดโดยมูลนิธิซ่งชิ่งหลิง (China Soong Ching Ling Foundation) เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการเรียนรู้วัฒนธรรมของเยาวชน และส่งเสริมจิตวิญญาณแห่งเส้นทางสายไหม ให้แก่เยาวชนอายุระหว่าง 18 – 24 ปี จาก 16 ประเทศ จำนวน 80 คน ที่กรุงปักกิ่งและเมืองเซี่ยเหมิน 

เยาวชนยุวทูตความดีเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน (ปักกิ่ง-ซีอาน)

มูลนิธิซ่งชิ่งหลิง (China Soong Ching Ling Foundation) สาธารณรัฐประชาชนจีน ดำเนินกิจกรรมค่ายพัฒนาความสามารถของเยาวชนเพื่ออนาคตที่มีความร่วมมือกัน ภายใต้โครงการแลกเปลี่ยนเยาวชนเส้นทางสายไหม (Youth Development For a Shared Future Summer Camp) ร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตจีนและสถานกงสุลใหญ่จีนในต่างประเทศ เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้วัฒนธรรมของเยาวชนอายุระหว่าง 15 – 18 ปี จากประเทศต่าง ๆ จำนวน 80 คน และส่งเสริมจิตวิญญาณแห่งเส้นทางสายไหม ที่กรุงปักกิ่งและนครซีอาน ระหว่างวันที่ 6 – 12 กรกฎาคม 2568  สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ได้ประสานขอความร่วมมือจากมูลนิธิยุวทูตความดี คัดเลือกเยาวชนไทย เข้าร่วมในโครงการดังกล่าว เมื่อมูลนิธิฯ ได้คัดเลือกเยาวชนยุวทูตความดีระดับมัธยมศึกษาและมหาวิทยาลัย จำนวน 10 คน ประกอบด้วย นักเรียน 9 คน และครูผู้ดูแล 1 คน จาก 7 จังหวัดทั่วทุกภาคของประเทศ […]

คณะยุวทูตความดีเยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

มูลนิธิยุวทูตความดี ร่วมกับสถานเอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์ ดำเนินโครงการยุวทูตความดีเยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ระหว่างวันที่ 12 – 18 ธันวาคม 2567 คณะฯ นำโดย ผอ.จันทร์ทิพา ภู่ตระกูล ผู้อำนวยการมูลนิธิยุวทูตความดี ประกอบด้วย ผู้อำนวยการโรงเรียน 3 คน ครูผู้ดูแล 5 คน และนักเรียนยุวทูตฯ 21 คน จาก 22 โรงเรียน ใน 18 จังหวัด พร้อมนักการทูตและเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ 2 คน จำนวนรวมทั้งสิ้น 32 คน โดยนักเรียนและครูได้รับการคัดเลือกจากค่ายอบรม “สืบสานวิถีไทย ใส่ใจให้คิด” ที่ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริห้วยฮ่องไคร้ จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อเดือนเมษายน 2567

keyboard_arrow_up