มูลนิธิยุวทูตความดี ร่วมกับ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) จัดค่ายอบรม ธรรมะคือแสงสว่างแห่งปัญญา ที่สวนธรรมศรีปทุม จังหวัดปทุมธานี ระหว่างวันที่ 5 – 10 เมษายน 2567 โดยมี ผอ.จันทร์ทิพา ภู่ตระกูล ผู้อำนวยการมูลนิธิยุวทูตความดี กล่าวเปิดค่ายอบรมฯ โดยในวันที่ 9 เมษายน 2567 คณะฯ เข้ากราบนมัสการและรับโอวาทจากพระมหาสมบูรณ์ วุฑฺฒิกโร,รศ.ดร. รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ ค่ายอบรมธรรมะมีเยาวชนยุวทูตฯ เข้าร่วม 119 คน ครู 30 คน รวม 149 คน จาก 39 โรงเรียน ใน 14 จังหวัด
ภาคกลาง : กรุงเทพมหานคร กำแพงเพชร ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี สระบุรี อ่างทอง
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : กาฬสินธุ์ บึงกาฬ มุกดาหาร เลย สุรินทร์ หนองบัวลำภู อุดรธานี
จุดมุ่งหมายของค่ายอบรม คือ ส่งเสริมการเรียนรู้หลักธรรมวิธีพุทธ ผ่านคำสอนทางธรรม เพื่อให้เยาวชนนำไปกำกับชีวิตในการศึกษาเล่าเรียน การมีสติสมาธิ การดำรงชีวิตที่เผชิญและต้องผ่านพ้นปัญหาของช่วงวัย การเป็นลูกที่ดีของพ่อแม่ และการเป็นเด็กดีของชาติ และเพื่อเสริมสร้างเยาวชนให้เป็นต้นกล้าความดี ที่มุ่งมั่นปฏิบัติ วิถีพอเพียง ตามคำพ่อสอน โดยการน้อมนำมาปฏิบัติในชีวิตประจำวัน อย่างต่อเนื่องจริงจัง และให้มีบทบาทนำในฐานะเยาวชน ขยายผลธรรมะวิถีพุทธกับแนววิถีพอเพียง จากการปฏิบัติตนในชีวิตประจำวันแก่เยาวชนในประเทศที่ไปเยือน
คณะยุวทูตฯ ได้ศึกษาเรียนรู้ หลักธรรมคำสอนวิถีพุทธ หลักคิด หลักธรรมประจำใจ ที่นับเป็นมงคลล้ำค่าของชีวิต รวมถึงการใช้ชีวิตในปัจจุบันที่ต้องก้าวทันโลกยุคใหม่ ในเรื่อง ธรรมะกับวัยรุ่นในยุคดิจิทัล และการใช้ธรรมะเยียวยาภาวะซึมเศร้า รวมกับการฝึกสมาธิสร้างสติอย่างถูกวิธี การทำวัตรสวดมนต์ ฝึกธรรมะปฏิบัติเช้า– เย็น กับพระอาจารย์ เพื่อพัฒนาตนเองให้มีหลักคิด หลักธรรมประจำใจ มีสติรู้คิด ซึ่งเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีแก่เยาวชน นอกจากนี้ ยังมีการเรียนรู้เรื่อง ธรรมของสัตบุรุษธรรม และธรรมะกับพระราชา โดยเชื่อมโยงระหว่างธรรมะกับแนวทางวิถีทางสายกลางเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อนำไปปรับใช้ในการดำรงชีวิตประจำวันด้วย
ทั้งนี้ คณะยุวทูตความดี ยังได้ เรียนรู้เรื่องโขน ศิลปะไทยขั้นสูง พร้อมฝึกปฏิบัติการแสดงโขน ในตัวละคร ตัวพระ ตัวนาง ตัวยักษ์ และตัวลิง กับดร.สุรัตน์ จงดา ผู้ช่วยอธิการบดี สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ และคณะ นับได้ว่าคณะยุวทูตฯ มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมไทยที่เก่าแก่ สืบทอดมา และมีส่วนช่วยในการดำรงรักษาให้ยังคงอยู่ต่อไป รวมถึง การเรียนรู้ ศิลปะยึกยือ กับดร.พลเดช วรฉัตร อดีตเอกอัครราชทูต ณ กรุงโคลัมโบ เพื่อพัฒนาจิตในการสร้างสรรค์ผลงานตามจินตนาการของตนเองอย่างมีสมาธิ โดยใช้ลายเส้นยึกยือ ทำให้ยุวทูตฯ มีสมาธิและสร้างผลงานออกมาได้อย่างดีเยี่ยม
นอกจากนี้ มูลนิธิฯ ยังได้จัดบรรยายพิเศษเรื่อง เรียนรู้ประวัติศาสตร์สมัยอยุธยา แผ่นดินทองของความรุ่งเรือง โดย คุณเศรษฐเนตร มั่นใจจริง นักวิชาการวัฒนธรรม อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา พร้อมทั้งนำคณะฯ เรียนรู้ร่องรอยประวัติศาสตร์ชาติไทย จากสถานที่จริงที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยเยี่ยมชม วัดไชยวัฒนาราม วัดพระศรีสรรเพชญ์ เขตมรดกโลกอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา และศึกษามรดกล้ำค่าที่ พิพิธภัณฑ์สถานเจ้าสามพระยา
อนึ่ง ยุวทูตฯ ได้เรียนรู้บทบาทและภารกิจของกระทรวงการต่างประเทศ พร้อมกับเรียนรู้ข้อควรปฏิบัติและวิถีชีวิตของผู้คนในประเทศเนปาล จากประสบการณ์ตรงที่ได้เคยประจำการ จากนายวิรัช ศรีพงษ์ นักการทูตชำนาญการ กรมสารนิเทศ ทำให้ยุวทูตความดีมีความตื่นรู้ และรอบรู้เกี่ยวกับประเทศเนปาล และพร้อมไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้และสานสัมพันธ์ระดับเยาวชนด้วยความมุ่งมั่น
จากการเข้าร่วมค่ายอบรมธรรมะคือแสงสว่างแห่งปัญญา ยุวทูตความดีได้นำหลักธรรมะ หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปปรับใช้ พัฒนาตนให้เป็นคนดี และพร้อมเป็นผู้นำยุวพุทธ ที่จะนำสิ่งเรียนรู้และประสบการณ์จากการเข้าค่ายอบรมมาเผยแพร่ให้เพื่อน ครอบครัว คนในชุมชน และสังคมเข้าใจถึงวิถีแห่งพุทธเพิ่มมากขึ้น
ในการอบรมครั้งนี้ ได้มีการคัดเลือกยุวทูตฯ จำนวน 19 คน ครู 5 คน รวม 24 คน ไปพัฒนาโลกทัศน์และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระดับเยาวชนที่ สหพันธ์สาธารณรัฐประชาธิปไตยเนปาล