มูลนิธิยุวทูตความดี จัดค่ายอบรม ธรรมะคือแสงสว่างแห่งปัญญา ที่สวนธรรมศรีปทุม จังหวัดปทุมธานี ระหว่างวันที่ 4 – 8 เมษายน โดยมี ผอ.จันทร์ทิพา ภู่ตระกูล ผู้อำนวยการมูลนิธิยุวทูตความดี กล่าวเปิดค่ายอบรมฯ และได้มอบโอวาทให้กับนักเรียน ความว่า “ตลอดเวลาระยะ 5 วันของค่ายอบรมนี้ จะเป็นห้วงเวลาที่มีคุณค่า ในการเรียนรู้ กับพระอาจารย์ผู้แจ้งในทางธรรม ที่จะแนะนำข้อคิด ให้แนวทาง ที่มีคุณค่าควรแก่การนำไปปฏิบัติในชีวิตประจำวัน ทำให้ทุกคนรู้วิธีที่จะเป็นทั้งคนดี มีคุณธรรม คุณภาพ โดยใช้หลักธรรมคำสอนเป็นแนวทางในการศึกษาเล่าเรียน การดำเนินชีวิตที่เผชิญและต้องผ่านพ้นปัญหาของช่วงวัย การเป็นลูกที่ดีของแม่ การเป็นเด็กดีของครู และเป็นพลเมืองดีของสังคมและประเทศชาติ” ซึ่งการเข้าร่วมค่ายอบรม มีเยาวชนยุวทูตฯ เข้าร่วม เข้าร่วม 114 คน ครู 36 คน รวม 150 คน จาก 36 โรงเรียน ใน 20 จังหวัด
ภาคเหนือ : เชียงใหม่ ลำพูน แพร่ ลำปาง
ภาคกลาง:กรุงเทพมหานคร กำแพงเพชร นครปฐม ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา พิษณุโลก พิจิตร
ชัยนาท ลพบุรี อ่างทอง อุทัยธานี
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : กาฬสินธุ์ เลย มุกดาหาร สุรินทร์ หนองบัวลำภู
ภาคตะวันตก : ประจวบคีรีขันธ์
จุดมุ่งหมายของค่ายอบรม คือ เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้หลักธรรมคำสอนวิถีพุทธที่เยาวชนสามารถนำไปกำกับชีวิตในการศึกษาเล่าเรียน และการพัฒนาตนเองให้มีสติ มีหลักคิด หลักธรรมประจำใจ มีจิตสาธารณะและเป็น แบบอย่างที่ดีของเยาวชนไทย
คณะยุวทูตฯ ได้ศึกษาธรรมะ หลักธรรมคำสอนจากพระอาจารย์ชั้นนำ อาทิ พระวชิรโพธิวิเทศ เจ้าอาวาสวัดไทยเชตวันมหาวิหาร เมืองสาวัตถี สาธารณรัฐอินเดีย พระธรรมทูตสายอินเดีย – เนปาล พระอาจารย์จากวัดยานนาวา และวัดประยุรวงศาวาส กรุงเทพมหานคร เรียนรู้ในเรื่องของ ศาสตร์แห่งธรรมะของพระราชา หลักคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในเรื่องของเบญจศีล เบญจธรรม อริยสัจ 4 อิทธิบาท 4 ทศพิธราชธรรม เรียนรู้ หลักคิด หลักธรรม ที่พร้อมจะรับมือกับปัญหาและภัยทางสังคมปัจจุบันที่วุ่นวายและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยรู้วิธีรู้คิด รู้หลีกเลี่ยงและปฏิเสธด้วยเหตุผล และจะมีวิธีการรับมืออย่างไรหากเกิดปัญหาที่ต้องเผชิญ ธรรมะกับวัยรุ่นยุคดิจิทัล รู้จักการใช้สื่อออนไลน์อย่างไรให้ปลอดภัย และจะยึดหลักธรรมคำสอนใดที่จะช่วยให้ไม่ลุ่มหลงกับสิ่งฉาบฉวยในสื่อโซเซียล
แสงธรรมส่องปัญญา (คำคม ข้อคิด สอนใจเด็ก) ที่ช่วยแนะแนวทางการใช้ชีวิตด้วยธรรมะ ให้ยุวทูตความดีรู้ถึงความกตัญญูรู้คุณ แทนคุณ ต่อพ่อแม่ ครูอาจารย์ ผู้มีพระคุณ และแผ่นดิน รวมทั้งเป็นผู้รับและผู้ให้ที่ดี และพร้อมพัฒนาตนเองให้ดียิ่งขึ้นเพื่ออนาคต เยาวชนคนดี มีธรรมะ คิดถูก คิดเป็น เป็นคนดีอย่างยั่งยืน เรียนรู้การพัฒนาตนเอง ให้มีภูมิคุ้มกันชีวิตให้ไม่ถูกเอาเปรียบ ไม่เป็นภัยต่อสังคม ให้มีสติปัญญาที่รู้จักคิด คิดถูกต้องและคิดเป็น และใช้ธรรมะเป็นสิ่งที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ เรียนธรรมอย่างไรให้มีสุข ให้เข้าถึงแก่นธรรม ให้สนุก ไม่เครียด ไม่กดดันตนเอง และสร้างความสุขให้กับตนเองและคนรอบข้างได้ ฝึกการปฏิบัติเจริญสติ ฝึกสมาธิภาวนา เรียนรู้การนั่งสมาธิ การยืน นั่ง ฟัง เดิน เจริญสติ อย่างถูกต้อง พร้อมทั้งการบรรยายธรรมนำพาคณะยุวทูตความดี ตามรอยพระพุทธเจ้า ณ สังเวชนียสถาน ใน 4 สถานที่ที่มีความสำคัญยิ่งต่อชาวพุทธ พร้อมทั้งได้เรียนรู้หลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า ผ่านสังเวชนียสถานด้วย
ทั้งนี้ ในวันที่ 6 เมษายน 2569 ผู้อำนวยการมูลนิธิยุวทูตความดี นำคณะฯ เข้ากราบนมัสการและเข้ารับโอวาทจากพระปัญญาวัชรบัณฑิต, รศ.ดร. รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย โดยท่านรองอธิการบดีได้ให้โอวาทกับคณะผู้เข้าอบรมฯ ความว่า “เด็กทุกคนเป็นคนดี มีคุณธรรม ตามพระราชดำรัสของในหลวงรัชกาลที่ 5 ได้ตรัสไว้ว่า คนเรามีความรู้ แต่ไม่มีคุณธรรมก็อันตราย เพราะความรู้เหมือนอาวุธมีคม คุณธรรมจะเป็นสิ่งป้องกันจากการเอาเปรียบของผู้อื่น เปรียบเสมือนนกที่ไม่มีขน คนไม่มีความรู้ บินสู่ที่สูงไม่ได้ และความรู้จะทำให้เติบโตไปยิ่งกว่า แต่จะต้องมากับความมีระเบียบวินัย และความรับผิดชอบ ซึ่งจะทำให้เจริญเติบโตและก้าวหน้า ไปสู่การเป็นคนที่คนเก่งขึ้น” นับเป็นมงคลอันล้ำค่าที่ยุวทูตความดีจะน้อมนำไปปฏิบัติ เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาตนเองให้เติบเจริญเป็นต้นกล้าความดี มีธรรมะและคุณธรรมอันประเสริฐ ที่จะนำพาสังคมให้เข้มแข็งต่อไป
นอกจากนี้ มูลนิธิยุวทูตความดี ได้จัดกิจกรรมนำเสนอผลงาน โครงการส่งเสริมการเรียนรู้ธรรมะของโรงเรียน (CAS) ที่โรงเรียนจัดทำขึ้นด้วยความคิดสร้างสรรค์ ที่มีการนำหลักธรรมวิธีพุทธมาเป็นหลักในการดำเนินโครงการ และมีความสร้างสรรค์ผลงานในหลากหลายด้าน มีการปฏิบัติอย่างเกิดผล มีประโยชน์ต่อส่วนรวมและสังคม โดยมี โครงการเมล็ดพันธุ์ธรรม นำสังคมสร้างสรรค์ ของจังหวัดปทุมธานี และโครงการชวนกันทำดี วันนี้วันพระ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้รับรางวัลชนะเลิศ รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ โครงการยุวทูตฯ ใจใส ใส่ใจทำดี: สะอาดกาย สะอาดใจ ใฝ่ธรรม นำสังคม จังหวัดลพบุรี รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ (1) โครงการโรงเรียนคุณธรรมชั้นนำ กิจกรรมโรงเรียนคุณธรรม จังหวัดพิจิตร และ (2) เมล็ดพันธุ์แห่งธรรม สานสายใยวิถีพุทธ กรุงเทพมหานคร (โรงเรียนอนุบาลสามเสนฯ)
คณะยุวทูตความดียังได้เรียนรู้ ศิลปะยึกยือ กับดร.พลเดช วรฉัตร อดีตเอกอัครราชทูต ณ กรุงโคลัมโบ ซึ่งเป็นการใช้ธรรมะและศิลปะผสมผสานกัน ผ่านลายเส้นพัฒนาสติปัญญาและจิตใจ และ รู้จักกระทรวงการต่างประเทศ เรียนรู้บทบาทและภารกิจของกระทรวงการต่างประเทศ จากนางสาวสุรดา โมนะตระกูล นักการทูตชำนาญการพิเศษ กรมการกงสุล ทำให้ยุวทูตความดีมีความตื่นรู้ และรอบรู้เกี่ยวกับกระทรวงการต่างประเทศมากยิ่งขึ้น
มูลนิธิฯ ยังได้จัดบรรยายพิเศษเรื่อง เรียนรู้ประวัติศาสตร์สมัยอยุธยา แผ่นดินทองของความรุ่งเรือง โดย คุณเศรษฐเนตร มั่นใจจริง นักวิชาการวัฒนธรรม อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา พร้อมทั้งนำคณะฯ เรียนรู้ร่องรอยประวัติศาสตร์ชาติไทย จากสถานที่จริงที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยเยี่ยมชม วัดไชยวัฒนาราม วัดพระศรีสรรเพชญ์ เขตมรดกโลกอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา และศึกษามรดกล้ำค่าที่ พิพิธภัณฑ์สถานเจ้าสามพระยา
จากการเข้าร่วมค่ายอบรมธรรมะคือแสงสว่างแห่งปัญญา ยุวทูตความดีได้นำหลักธรรมะ หลักธรรมคำสอนไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อพัฒนาตนให้เป็นคนดี คิดถูก คิดเป็น มีหลักธรรมประจำใจในการเป็นคนดีอย่างยั่งยืน และพร้อมเป็นผู้นำยุวพุทธ ที่จะนำสิ่งเรียนรู้และประสบการณ์จากการเข้าค่ายอบรมไปเผยแพร่ให้เพื่อน ครอบครัว คนในชุมชน และสังคมเข้าใจถึงวิถีแห่งพุทธเพิ่มมากขึ้น
ในการอบรมครั้งนี้ ได้มีการคัดเลือกยุวทูตฯ จำนวน 20 คน ครู 5 คน รวม 25 คน ไปพัฒนาโลกทัศน์และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระดับเยาวชนที่ สาธารณรัฐอินเดีย (สังเวชนียสถาน)