มูลนิธิยุวทูตความดี ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) จัดค่ายอบรม ศาสตร์พระราชา ก่อเกื้อการพัฒนาที่ยั่งยืน ที่ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานฯ จังหวัดสกลนคร ระหว่างวันที่ 15 – 19 มีนาคม 2569 โดยมี ผอ.จันทร์ทิพา ภู่ตระกูล ผู้อำนวยการมูลนิธิยุวทูตความดี กล่าวให้โอวาท ความว่า “การมาเรียนรู้ในค่ายอบรมแห่งนี้ เป็นการเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติจริง เมื่อได้มาแล้ว ได้มารู้ มาเห็น มาปฏิบัติ ก็จะนำไปสู่ความเข้าใจ และขอให้ทุกคนนำความรู้ที่ได้ไปต่อยอด ขยายผลให้กับเพื่อนๆ ในโรงเรียน ครอบครัว และ ชุมชนต่อไป” และ ดร. ศิรวิชญ์ เรืองสุข ที่ปรึกษาศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานฯ กล่าวต้อนรับคณะ ความว่า “ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานฯ แห่งนี้ เป็นแหล่งการศึกษา ทดลอง และสาธิตที่ได้รับผลสำเร็จ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า การจัดค่ายอบรมครั้งนี้ จะเกิดประโยชน์อย่างคุ้มค่า และสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปปฏิบัติให้เกิดประโยชน์ บรรลุตามวัตถุประสงค์” ค่ายอบรมนี้ มีเยาวชนยุวทูตฯ เข้าร่วม 102 คน ครู 28 คน รวม 130 คน จาก 36 โรงเรียน ใน 15 จังหวัด ดังนี้
ภาคเหนือ : เชียงราย
ภาคกลาง : กรุงเทพมหานคร
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : นครพนม นครราชสีมา ชัยภูมิ ร้อยเอ็ด ศรีสะเกษ สกลนคร อุบลราชธานี หนองคาย อุดรธานี ยโสธร
ภาคตะวันตก : ราชบุรี
ภาคตะวันออก : จันทบุรี
ภาคใต้ : ยะลา
จุดมุ่งหมายของค่ายอบรม คือ เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนน้อมนำหลักการทรงงานในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มาต่อยอดและปฏิบัติใช้ในชีวิตประจำวัน และเสริมสร้างให้เยาวชนเข้าใจและเข้าถึงแนวทางตามพระราชดำริ ด้วยการลงมือปฏิบัติจริง ซึ่งได้เรียนรู้โดยตรงจากศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานฯ ที่เป็นแหล่งเรียนรู้ทางธรรมชาติ มีการค้นคว้า ทดลอง ด้านการพัฒนาในทุกรูปแบบ ซึ่งผู้ที่เข้าร่วมค่ายอบรมฯ สามารถนำความรู้ที่ได้กลับไปพัฒนาต่อยอดใช้ในโรงเรียน และชุมชนต่อไป
คณะยุวทูตฯ เข้าร่วมในกิจกรรมฐานการเรียนรู้ 11 ฐาน ได้แก่
– งานศึกษาและพัฒนาป่าไม้ ยุวทูตฯ ได้เรียนรู้การใช้ชีวิตในป่าและการเอาตัวรอดเมื่อหลงป่า รู้จักสมุนไพรป่าและพืชอาหารที่เป็นได้ทั้งอาหารและยา และการเดินป่า เรียนรู้เรื่องทรัพยากรธรรมชาติการเกื้อกูลกันของป่าไม้ ดิน และน้ำ เพื่อศึกษาธรรมชาติของป่าปลูก ที่อาศัยหลักการฟื้นฟูสภาพป่า ที่เรียบง่ายและประหยัด ด้วยวัฏจักรธรรมชาติ และยังได้เรียนรู้การอนุรักษ์พันธุ์ไม้พระราชทานฯ พันธุ์ไม้หายาก และวิธีการเก็บรักษาดอกไม้ให้สวยงามคงทนถาวรด้วยการทำดอกไม้เรซิ่น
– งานศึกษาและพัฒนาประมง เรียนรู้การทำอาหารสัตว์อย่างง่าย เรียนรู้การเพาะและขยายพันธุ์ปลานิลและกบ
– งานส่งเสริมและพัฒนางานด้านสาธารณสุข ศึกษาดูงานสวนสาธิตสมุนไพร และทำยาดมสมุนไพร
– งานเพาะเห็ด ยุวทูตฯ เรียนรู้การทำเห็ดฟางในตะกร้า และการทำก้อนเชื้อเห็ดฟาง ด้วยขี้เลื่อยไม้ยางพารา และยังได้นำก้อนเชื้อเห็ดไปเพาะพันธุ์ต่อที่บ้าน เพื่อนำไปขยายผลต่อยอดการสร้างรายได้ให้แก่ครอบครัวและขยายผลให้แก่เพื่อนที่โรงเรียน
– งานศึกษาและพัฒนาปศุสัตว์ เรียนรู้เกี่ยวกับ 4 ดำมหัศจรรย์ (โค ไก่ หมู กระต่าย) + 1 (กวางรูซ่า) และได้เรียนรู้การทำวัคซีนไก่ดำภูพาน การผสมเทียม การรีดนมวัวด้วยมือ และการป้อนนมวัว
– งานแปรรูปผลิตภัณฑ์ ยุวทูตฯ ได้ลงมือปฏิบัติการทำธัญพืชอัดแท่ง และข้าวเกรียบเห็ดเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า
– งานศึกษาและพัฒนาด้านข้าว เรียนรู้เกี่ยวกับข้าว 3 ดีภูพาน เรียนรู้การปลูกข้าวแบบนาโยน โรคและแมลงศัตรูข้าว รวมถึงการแปรรูปไอศกรีมข้าว กข.83
– งานศึกษาและพัฒนาปรับปรุงบำรุงดิน เรียนรู้สายพันธุ์หญ้าแฝก และลงมือปฏิบัตการทำปุ๋ยหมักแห้ง
– งานเกษตรทฤษฎีใหม่ ยุวทูตฯ เรียนรู้ถึงความเป็นมาและหลักการการทำเกษตรทฤษฎีใหม่ รวมถึงได้ลงมือออกแบบแปลงเกษตรทฤษฎีใหม่ในกระบะทราย
– งานเทคโนโลยีการเกษตร สาธิตและทำกิจกรรมปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ ทำขวดน้ำรีไซเคิลเป็นที่ปลูกผัก เพื่อเรียนรู้แบบอย่างการนำทรัพยากรไปจัดการให้เกิดประโยชน์สูงสุด
– งานกิจกรรมศึกษาและพัฒนาระบบเกษตรผสมผสาน เรียนรู้เกี่ยวกับระบบเกษตรผสมผสาน ว่าด้วยการจัดการทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด เช่น การทำที่ดักจับแมลง การเลี้ยงไส้เดือนด้วยมูลวัว การเลี้ยงจิ้งหรีด การเพาะปลูกแหนแดง และการปลูกชมพู่พันธุ์ทับทิมจันทร์ในแปลงผสมผสาน ซึ่งเป็นการเน้นการพึ่งพาตนเอง เพื่อให้เกิดความพออยู่พอกินให้พึ่งพาตนเองในการดำรงชีพ
พร้อมร่วมทำ กิจกรรมดูเดือน ชมดาว กับดาราศาสตร์พาสนุก เรียนรู้การดูดาวด้วยตาเปล่า เรียนรู้ทิศทางจากการดูดาว และเรียนรู้การใช้กล้องดูดาว ซึ่งยุวทูตฯ มีความตื่นตัวและสนุกกับการเรียนรู้เป็นอย่างมาก
รวมถึงการเรียนรู้ “เสน่ห์อาหาร สู่เส้นทางอาหารโลก” และสาธิตการทำอาหาร กับอาจารย์มนชัย พัชนี ซึ่งบรรยายพร้อมสาธิตการทำอาหาร เพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้เส้นทางต้นกำเนิดของอาหาร และพร้อมนำไปเผยแพร่แก่เยาวชนนานาชาติในประเทศที่ไปเยือนได้อย่างสมภาคภูมิ
อีกทั้ง นักเรียนยังได้เรียนรู้บทบาทหน้าที่และภารกิจของกระทรวงการต่างประเทศ จากนางสาวจิรกานต์ พรโสภิต หัวหน้าสำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราวจังหวัดขอนแก่น ทำให้นักเรียนยุวทูตมีความเข้าใจถึงบทบาทของกระทรวงการต่างประเทศในภาคประชาชนมากยิ่งขึ้น
คณะนักเรียนได้นำเสนอโครงการพัฒนาที่ยั่งยืนของโรงเรียน (CAS) ซึ่งเป็นโครงการที่โรงเรียนได้ดำเนินการเพื่อตอบโจทย์ในเรื่อง ความคิดสร้างสรรค์ (Creativity) การลงมือปฏิบัติ (Activity) และอาสาสร้างประโยชน์เพื่อส่วนรวม (Service) โดยมีจังหวัดที่ได้รับรางวัลที่ 1 ได้แก่ จังหวัดยโสธร (โครงการหนูน้อย BCG ปลูกผักพอเพียง สร้างการเรียนรู้สู่ความยั่งยืน) รางวัลที่ 2 ได้แก่ จังหวัดสกลนคร (โครงการพลังเงินออม สร้างความพร้อมในวันหน้า) และ จังหวัดนครราชสีมา (โครงการเสริมสร้างอาชีพหัตถศิลป์สร้างสรรค์ นครแห่งคราม) รางวัลที่ 3 ได้แก่ จังหวัดนครพนม (โครงการแปรรูปสับปะรดกวน สร้างมูลค่าเพิ่มสู่ของฝากนครพนม) จังหวัดเชียงราย (โครงการธนาคารขยะรักษ์โลก : สร้างคุณค่าทรัพยากร สู่โรงเรียนสีเขียวยั่งยืน) และ จังหวัดราชบุรี (โครงการรักษ์ราชบุรี : คืนชีวิตเศษผ้าคูบัว สู่ลวดลายเหนืองโอ่งมังกร) รวมทั้งการนำเสนอจังหวัดของตนเองให้ผู้ที่มาร่วมค่ายอบรมรู้จักและข้าใจมากยิ่งขึ้นผ่าน “กิจกรรม “แผ่นดินไทย แผ่นดินทอง”
อนึ่ง นักเรียนยุวทูตความดี ยังได้รับแรงบันดาลใจจากพี่ ๆ ศิษย์เก่ายุวทูตอาสา ที่ได้มาเล่าประสบการณ์ที่นำไปสู่พัฒนาตนเองให้กับน้องๆและ มาให้คำปรึกษาเพื่อเสริมสร้างสุขภาพกาย สุขภาพใจ รวมถึงสร้างความรอบรู้ รอบด้านให้กับน้องๆ อีกด้วย
จากการเข้าร่วมค่ายอบรมศาสตร์พระราชา ก่อเกื้อการพัฒนาที่ยั่งยืน ทำให้ยุวทูตฯ ได้เรียนรู้แบบอย่างการนำทรัพยากรไปจัดการให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยสามารถนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับไปเผยแพร่ ขยายผลในโรงเรียนและชุมชนของตน เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงความรู้ ด้านเกษตรกรรมอย่างยั่งยืน ทำให้เกิดการพึ่งพาตนเองได้ และสร้างรายได้เสริมให้กับครอบครัว
ในการอบรมครั้งนี้ ได้มีการคัดเลือกยุวทูตฯ จำนวน 22 คน ครู 6 คน รวม 28 คน ไปพัฒนาโลกทัศน์และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระดับเยาวชนที่ สาธารณรัฐประชาชนจีน (นครเซี่ยงไฮ้)