มูลนิธิยุวทูตความดี ดำเนินการจัดค่ายอบรม ต้นกล้าความดี ก้าวสู่สากล ที่อุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร จังหวัดเพชรบุรี ระหว่างวันที่ 19 – 24 เมษายน 2569 โดยมีผอ.จันทร์ทิพา ภู่ตระกูล ผู้อำนวยการมูลนิธิยุวทูตความดี กล่าวต้อนรับคณะผู้เข้าอบรมฯ และได้มอบโอวาทให้กับนักเรียนความว่า ขอแสดงความยินดีกับนักเรียน ทั้ง 19 จังหวัด ที่ได้รับคัดเลือกให้มาเข้าค่ายอบรมต้นกล้าความดี ก้าวสู่สากล ซึ่งเป็นผู้ที่พูดดี คิดดี ทำดี โดยมีทักษะทางภาษาอังกฤษเป็นเครื่องมือสำคัญในการสื่อสารข้ามวัฒนธรรม เป็นที่เชื่อว่าในการเข้าค่ายทั้ง 6 วันนี้จะทำให้นักเรียนได้พัฒนาตนเองให้มีความรอบรู้ รอบด้าน และมีทักษะเชิงภาษาที่ใช้ในการแสดงออกซึ่งตัวตนของการเป็นเยาวชนไทย ให้ทัดเทียมและเท่าทันกับเยาวชนในประเทศที่ไปเยือน ทั้งเรียนรู้แนวพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ทรงมอบไว้เป็นมรดก อันล้ำค่าให้แก่ประชาชนชาวไทย พร้อมนำไปเผยแพร่ให้เพื่อนเยาวชนนานาประเทศได้รู้จักและชื่นชอบประเทศไทย และให้สร้างสัมพันธ์กับเพื่อนยุวทูตฯ ที่มาร่วมค่ายอบรม ร่วมเรียนรู้ความหลากหลายของจังหวัดต่าง ๆ เพื่อสร้างความภูมิใจในแผ่นดินถิ่นเกิด ทั้งนี้ ค่ายอบรมต้นกล้าความดี ก้าวสู่สากล มีเยาวชนยุวทูตความดีเข้าร่วม 89 คน ครู 22 คน รวม 111 คน จาก 22 โรงเรียน ใน 19 จังหวัด
ภาคเหนือ : น่าน
ภาคกลาง : กรุงเทพมหานคร สิงห์บุรี เพชรบูรณ์
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : สกลนคร
ภาคตะวันออก : จันทบุรี ฉะเชิงเทรา ระยอง สระแก้ว
ภาคตะวันตก : กาญจนบุรี ราชบุรี
ภาคใต้ : กระบี่ นราธิวาส ปัตตานี พังงา พัทลุง สงขลา สุราษฎร์ธานี ยะลา
จุดมุ่งหมายของค่ายอบรม คือ มุ่งเน้นการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษด้านการสื่อสารของยุวทูตฯ เพื่อส่งเสริมให้ยุวทูตความดีเกิดความสนใจและรักในการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ สามารถใช้ภาษาในการสื่อสารได้อย่างมั่นใจและมีประสิทธิภาพ อันจะช่วยเสริมสร้างความกล้าคิด กล้าแสดงออกในสิ่งที่ถูกต้อง พร้อมพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ เปิดมุมมองสู่สากล และเติบโตเป็นเยาวชนที่มีศักยภาพ สามารถสานสัมพันธ์สร้างมิตรไมตรีกับเยาวชนนานาประเทศได้อย่างภาคภูมิ
ในการอบรมฯ มูลนิธิยุวทูตความดี ได้ส่งเสริมให้เยาวชนเข้าใจและเข้าถึงความพอเพียงตามคำพ่อสอน โดยการศึกษาหลักการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร จากการเรียนรู้ที่โครงการชั่งหัวมันตามพระราชดำริ เรียนรู้การปลูกไม้ผล พืชไร่และพืชผักต่าง ๆ มีแปลงสาธิตปลูกข้าว ปลูกยางพารา ซึ่งไม่ให้มีการใช้สารเคมี และการปศุสัตว์ มีการทดลองทำฟาร์มโคนม ฟาร์มไก่ และมีการใช้พลังงานจากทุ่งกังหันลมผลิตไฟฟ้าเพื่อเป็นพลังงานทดแทน และเรียนรู้ระบบการบำบัดน้ำเสียและขยะมูลฝอยอย่างครบวงจร โดยให้ธรรมชาติช่วยธรรมชาติ และใช้เทคโนโลยีอย่างง่าย ที่โครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อมแหลมผักเบี้ย อันเนื่องมาจากพระราชดำริ
ยุวทูตความดีได้เรียนรู้และฝึกปฏิบัติอย่างเข้มข้น เพื่อเสริมสร้างทักษะภาษาอังกฤษทั้งด้านการฟัง พูด อ่าน และเขียน ร่วมกับอาจารย์ชาวต่างชาติเจ้าของภาษาและชาวต่างชาติที่พำนักอยู่ในประเทศไทย อันเป็นการสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ผ่านการสื่อสารในสถานการณ์จริง พร้อมทั้งพัฒนาความกล้าแสดงออกและความมั่นใจในการใช้ภาษาอังกฤษอย่างสร้างสรรค์ ยุวทูตฯ ยังได้เรียนรู้คุณค่าความเป็นไทย พร้อมฝึกใช้ภาษาอังกฤษในการถ่ายทอดอัตลักษณ์ และเสน่ห์ของจังหวัดตนเอง ผ่านกิจกรรม Destination Thailand Expo ซึ่งช่วยปลูกฝังความภาคภูมิใจในท้องถิ่นและความเป็นไทยควบคู่กับการพัฒนาทักษะการนำเสนอในระดับสากล
อีกทั้งยังได้เรียนรู้ด้านพหุวัฒนธรรม ผ่านกิจกรรม Cross-Cultural Panel เรียนรู้ความแตกต่างทางวัฒนธรรม และการอยู่ร่วมกันในสังคมโลกด้วยการเคารพ ยุวทูตความดีได้นำความรู้ที่ได้รับในค่ายไปประยุกต์ใช้ในการเข้าชุมนุม (Club) ต่าง ๆ อาทิ Drama, Social Media, Public Speaking และ Song and Dance ซึ่งช่วยส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ การทำงานเป็นทีม และการแสดงศักยภาพของตนเองอย่างเต็มความสามารถ
รวมทั้ง เรียนรู้เรื่อง เส้นทางอาหารไทยสู่การเป็น Soft Power และ ท่องโลกอาหาร กับ มนชัย พัชนี ซึ่งช่วยให้เยาวชนได้ตระหนักถึงคุณค่าและเอกลักษณ์ของอาหารไทยในฐานะมรดกทางวัฒนธรรม พร้อมนำไปเผยแพร่ แก่เยาวชนนานาชาติในประเทศที่ไปเยือน
อนึ่ง ยุวทูตฯ ที่เข้ารับการอบรมฯ ยังได้เรียนรู้บทบาทหน้าที่และภารกิจของกระทรวงการต่างประเทศ จากนางสาวมนรดา แย้มกสิกร นักการทูตชำนาญการ ทำให้ยุวทูตฯ มีเข้าใจถึงบทบาทของกระทรวงการต่างประเทศในภาคประชาชนมากยิ่งขึ้น และเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้อยากเป็นนักการทูตในอนาคต
คณะนักเรียนได้นำเสนอโครงการเสริมสร้างทักษะภาษาอังกฤษผ่านกิจกรรมจิตอาสาของโรงเรียน (CAS) ซึ่งโรงเรียนได้ดำเนินโครงการตามหลักความคิดสร้างสรรค์ (Creativity) การลงมือปฏิบัติ (Activity) และการอาสาสร้างประโยชน์เพื่อสังคม (Service) โดยมีโรงเรียนที่ได้รับรางวัล ดังนี้
รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ (1) โครงการมองนราผ่านเลนส์ Through the lens : truly Narathiwat, Thailand โรงเรียนบ้านสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส (2) อันดามันฮีโร่ Andamanhero โรงเรียนอนุบาลกระบี่ จังหวัดกระบี่
รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ โครงการซั้งกอต่อชีวิต จิตอาสารักษ์ทะเลจันท์ Ocean Life Revival : The Sung-kor Marine Volunteer Project โรงเรียนสฤษดิเดช จังหวัดจันทบุรี
รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ (1) โครงการ Love Phang Nga Protect Andaman โรงเรียนอนุบาลพังงา จังหวัดพังงา และ (๒) จิตดี ทำดี มีมารยาท โรงเรียนอนุบาลสามเสน (สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลอุปถัมภ์) กรุงเทพมหานคร
รวมทั้งการนำเสนอจังหวัดของตนเองให้ผู้เข้าร่วมค่ายอบรมได้รู้จักและเข้าใจมากยิ่งขึ้นผ่าน กิจกรรมแผ่นดินไทย แผ่นดินทองนักเรียนยุวทูตความดี ยังได้รับแรงบันดาลใจจากพี่ ๆ ศิษย์เก่ายุวทูตอาสา ที่ได้มาบอกเล่าเส้นทางการเป็นยุวทูตความดี ประสบการณ์การเข้าร่วมโครงการกับมูลนิธิฯ พร้อมทั้งให้คำปรึกษาและแนะนำที่เป็นประโยชน์ด้านการเรียนและการใช้ชีวิตประจำวันอย่างรอบด้านให้กับรุ่นน้องอีกด้วย
จากการเข้าร่วมค่ายอบรมต้นกล้าความดี ก้าวสู่สากล เยาวชนยุวทูตฯ มีความตื่นตัวในการแสวงหาความรู้ ความมุ่งมั่นตั้งใจ และความกระตือรือร้นในการเข้าร่วมทุกกิจกรรมอย่างเต็มศักยภาพ พร้อมทั้งได้รับการเพิ่มพูนความรู้และพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษเชิงการสื่อสารจากคณะอาจารย์ชาวต่างชาติอย่างรอบด้าน ส่งผลให้เยาวชนเกิดความมั่นใจในการสื่อสาร กล้าแสดงออกในสิ่งที่ถูกต้อง พร้อมสานมิตรไมตรีกับเยาวชนนานาประเทศได้อย่างน่าชื่นชมและภาคภูมิ อันจะเป็นพลังสำคัญในการเผยแพร่ภาพลักษณ์อันดีงามของประเทศไทยสู่สายตาชาวโลกต่อไป
ในค่ายอบรมต้นกล้าความดีฯ ครั้งนี้ ได้มีการคัดเลือกยุวทูตฯ จำนวน 25 คน และครู จำนวน 7 คน รวมจำนวน 32 คน ไปพัฒนาโลกทัศน์และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระดับเยาวชนใน 6 ประเทศ ได้แก่
1) สหพันธรัฐรัสเซีย นักเรียน 8 คน ครู 2 คน รวม 10 คน
2) ราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ นักเรียน 5 คน ครู 1 คน รวม 6 คน
3) ฮังการี นักเรียน 5 คน ครู 1 คน รวม 6 คน
4) สาธารณรัฐอาหรับอียิปต์ นักเรียน 6 คน ครู ๑ คน รวม 7 คน
5) สาธารณรัฐประชาชนจีน (นครเซี่ยงไฮ้) นักเรียน 1 คน ครู 1 คน รวม 2 คน
6) สาธารณรัฐอินเดีย (สังเวชนียสถาน) ครู 1 คน รวม 1 คน