Skip to main content

ค่ายอบรม ธรรมะคือแสงสว่างแห่งปัญญา (ปี 2567)

ผู้เข้าชม 1,328

มูลนิธิยุวทูตความดี ร่วมกับ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) จัดค่ายอบรม ธรรมะคือแสงสว่างแห่งปัญญา ที่สวนธรรมศรีปทุม จังหวัดปทุมธานี ระหว่างวันที่ 5 – 10 เมษายน 2567 โดยมี ผอ.จันทร์ทิพา ภู่ตระกูล ผู้อำนวยการมูลนิธิยุวทูตความดี กล่าวเปิดค่ายอบรมฯ โดยในวันที่ 9 เมษายน 2567 คณะฯ เข้ากราบนมัสการและรับโอวาทจากพระมหาสมบูรณ์ วุฑฺฒิกโร,รศ.ดร. รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ ค่ายอบรมธรรมะมีเยาวชนยุวทูตฯ เข้าร่วม 119 คน ครู 30 คน รวม 149 คน จาก 39 โรงเรียน ใน 14 จังหวัด

ภาคกลาง : กรุงเทพมหานคร  กำแพงเพชร  ปทุมธานี  พระนครศรีอยุธยา  ลพบุรี  สระบุรี  อ่างทอง 

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : กาฬสินธุ์  บึงกาฬ  มุกดาหาร  เลย  สุรินทร์  หนองบัวลำภู  อุดรธานี

จุดมุ่งหมายของค่ายอบรม คือ ส่งเสริมการเรียนรู้หลักธรรมวิธีพุทธ ผ่านคำสอนทางธรรม เพื่อให้เยาวชนนำไปกำกับชีวิตในการศึกษาเล่าเรียน การมีสติสมาธิ การดำรงชีวิตที่เผชิญและต้องผ่านพ้นปัญหาของช่วงวัย การเป็นลูกที่ดีของพ่อแม่ และการเป็นเด็กดีของชาติ และเพื่อเสริมสร้างเยาวชนให้เป็นต้นกล้าความดี ที่มุ่งมั่นปฏิบัติ วิถีพอเพียง  ตามคำพ่อสอน โดยการน้อมนำมาปฏิบัติในชีวิตประจำวัน อย่างต่อเนื่องจริงจัง และให้มีบทบาทนำในฐานะเยาวชน ขยายผลธรรมะวิถีพุทธกับแนววิถีพอเพียง จากการปฏิบัติตนในชีวิตประจำวันแก่เยาวชนในประเทศที่ไปเยือน              

คณะยุวทูตฯ ได้ศึกษาเรียนรู้ หลักธรรมคำสอนวิถีพุทธ หลักคิด หลักธรรมประจำใจ ที่นับเป็นมงคลล้ำค่าของชีวิต รวมถึงการใช้ชีวิตในปัจจุบันที่ต้องก้าวทันโลกยุคใหม่ ในเรื่อง ธรรมะกับวัยรุ่นในยุคดิจิทัล และการใช้ธรรมะเยียวยาภาวะซึมเศร้า รวมกับการฝึกสมาธิสร้างสติอย่างถูกวิธี การทำวัตรสวดมนต์ ฝึกธรรมะปฏิบัติเช้า– เย็น กับพระอาจารย์ เพื่อพัฒนาตนเองให้มีหลักคิด หลักธรรมประจำใจ มีสติรู้คิด ซึ่งเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีแก่เยาวชน นอกจากนี้ ยังมีการเรียนรู้เรื่อง ธรรมของสัตบุรุษธรรม และธรรมะกับพระราชา โดยเชื่อมโยงระหว่างธรรมะกับแนวทางวิถีทางสายกลางเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อนำไปปรับใช้ในการดำรงชีวิตประจำวันด้วย

ทั้งนี้ คณะยุวทูตความดี  ยังได้ เรียนรู้เรื่องโขน ศิลปะไทยขั้นสูง พร้อมฝึกปฏิบัติการแสดงโขน ในตัวละคร ตัวพระ ตัวนาง ตัวยักษ์ และตัวลิง กับดร.สุรัตน์ จงดา ผู้ช่วยอธิการบดี สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ และคณะ นับได้ว่าคณะยุวทูตฯ มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมไทยที่เก่าแก่ สืบทอดมา และมีส่วนช่วยในการดำรงรักษาให้ยังคงอยู่ต่อไป รวมถึง การเรียนรู้ ศิลปะยึกยือ กับดร.พลเดช วรฉัตร อดีตเอกอัครราชทูต ณ กรุงโคลัมโบ เพื่อพัฒนาจิตในการสร้างสรรค์ผลงานตามจินตนาการของตนเอง​อย่างมีสมาธิ โดยใช้ลายเส้นยึกยือ ทำให้ยุวทูตฯ มีสมาธิและสร้างผลงานออกมาได้อย่างดีเยี่ยม

นอกจากนี้ มูลนิธิฯ ยังได้จัดบรรยายพิเศษเรื่อง เรียนรู้ประวัติศาสตร์สมัยอยุธยา แผ่นดินทองของความรุ่งเรือง  โดย คุณเศรษฐเนตร มั่นใจจริง นักวิชาการวัฒนธรรม อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา พร้อมทั้งนำคณะฯ เรียนรู้ร่องรอยประวัติศาสตร์ชาติไทย จากสถานที่จริงที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยเยี่ยมชม วัดไชยวัฒนาราม วัดพระศรีสรรเพชญ์ เขตมรดกโลกอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา และศึกษามรดกล้ำค่าที่ พิพิธภัณฑ์สถานเจ้าสามพระยา 

อนึ่ง ยุวทูตฯ ได้เรียนรู้บทบาทและภารกิจของกระทรวงการต่างประเทศ พร้อมกับเรียนรู้ข้อควรปฏิบัติและวิถีชีวิตของผู้คนในประเทศเนปาล จากประสบการณ์ตรงที่ได้เคยประจำการ จากนายวิรัช ศรีพงษ์ นักการทูตชำนาญการ กรมสารนิเทศ ทำให้ยุวทูตความดีมีความตื่นรู้ และรอบรู้เกี่ยวกับประเทศเนปาล และพร้อมไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้และสานสัมพันธ์ระดับเยาวชนด้วยความมุ่งมั่น

จากการเข้าร่วมค่ายอบรมธรรมะคือแสงสว่างแห่งปัญญา ยุวทูตความดีได้นำหลักธรรมะ หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปปรับใช้ พัฒนาตนให้เป็นคนดี และพร้อมเป็นผู้นำยุวพุทธ ที่จะนำสิ่งเรียนรู้และประสบการณ์จากการเข้าค่ายอบรมมาเผยแพร่ให้เพื่อน ครอบครัว คนในชุมชน และสังคมเข้าใจถึงวิถีแห่งพุทธเพิ่มมากขึ้น

ในการอบรมครั้งนี้ ได้มีการคัดเลือกยุวทูตฯ จำนวน 19 คน ครู 5 คน รวม 24 คน ไปพัฒนาโลกทัศน์และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระดับเยาวชนที่ สหพันธ์สาธารณรัฐประชาธิปไตยเนปาล

โครงการค่ายอบรม

คณะยุวทูตความดี เยือนนครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน

มูลนิธิยุวทูตความดี ร่วมกับสถานกงสุลใหญ่ ณ นครเซี่ยงไฮ้ ดำเนินโครงการยุวทูตความดีเยือนนครเซี่ยงไฮ้สาธารณรัฐประชาชนจีน  ระหว่างวันที่ 13 – 19 กันยายน 2569 คณะฯ นำโดย ผอ.จันทร์ทิพา ภู่ตระกูล ผู้อำนวยการมูลนิธิยุวทูตความดี คณะประกอบด้วย ผู้อำนวยการโรงเรียน 8 คน ครูผู้ดูแล 9 คน และนักเรียนยุวทูตฯ 23 คน จาก 21 โรงเรียน ใน 17 จังหวัด พร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ และอาสามัคร 3 คน จำนวนรวมทั้งสิ้น 44 คน โดยนักเรียนและครูได้รับการคัดเลือกจากค่ายอบรม ศาสตร์พระราชา ก่อเกื้อการพัฒนาที่ยั่งยืน ที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพาน จังหวัดสกลนคร และค่ายอบรมต้นกล้าความดี ก้าวสู่สากล ที่อุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร จังหวัดเพชรบุรี เมื่อเดือนมีนาคม – เมษายน 2569 ในวันที่ 11 – […]

เยาวชนยุวทูตความดีเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน (ปักกิ่ง-เซี่ยเหมิน)

มูลนิธิยุวทูตความดีดำเนินโครงการเยาวชนคนดีเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน (ปักกิ่ง – เซี่ยเหมิน) ระหว่างวันที่ 19 – 25 กรกฎาคม 2569 โดยประสานความร่วมมือกับสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย คัดเลือกเยาวชนยุวทูตความดีเข้าร่วม ค่ายพัฒนาความสามารถของเยาวชนเพื่ออนาคตที่มีความร่วมมือกัน (Youth Development for a Shared Future Summer Camp)ซึ่งจัดโดยมูลนิธิซ่งชิ่งหลิง (China Soong Ching Ling Foundation) เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการเรียนรู้วัฒนธรรมของเยาวชน และส่งเสริมจิตวิญญาณแห่งเส้นทางสายไหม ให้แก่เยาวชนอายุระหว่าง 18 – 24 ปี จาก 16 ประเทศ จำนวน 80 คน ที่กรุงปักกิ่งและเมืองเซี่ยเหมิน 

ค่ายอบรมต้นกล้าความดี ก้าวสู่สากล (ปี 2569)

มูลนิธิยุวทูตความดี ดำเนินการจัดค่ายอบรม ต้นกล้าความดี ก้าวสู่สากล ที่อุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร จังหวัดเพชรบุรี ระหว่างวันที่ 19 – 24 เมษายน 2569 โดยมีผอ.จันทร์ทิพา  ภู่ตระกูล ผู้อำนวยการมูลนิธิยุวทูตความดี กล่าวต้อนรับคณะผู้เข้าอบรมฯ และได้มอบโอวาทให้กับนักเรียนความว่า ขอแสดงความยินดีกับนักเรียน  ทั้ง 19 จังหวัด ที่ได้รับคัดเลือกให้มาเข้าค่ายอบรมต้นกล้าความดี ก้าวสู่สากล ซึ่งเป็นผู้ที่พูดดี คิดดี ทำดี โดยมีทักษะทางภาษาอังกฤษเป็นเครื่องมือสำคัญในการสื่อสารข้ามวัฒนธรรม เป็นที่เชื่อว่าในการเข้าค่ายทั้ง 6 วันนี้จะทำให้นักเรียนได้พัฒนาตนเองให้มีความรอบรู้ รอบด้าน และมีทักษะเชิงภาษาที่ใช้ในการแสดงออกซึ่งตัวตนของการเป็นเยาวชนไทย ให้ทัดเทียมและเท่าทันกับเยาวชนในประเทศที่ไปเยือน ทั้งเรียนรู้แนวพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ทรงมอบไว้เป็นมรดก อันล้ำค่าให้แก่ประชาชนชาวไทย พร้อมนำไปเผยแพร่ให้เพื่อนเยาวชนนานาประเทศได้รู้จักและชื่นชอบประเทศไทย  และให้สร้างสัมพันธ์กับเพื่อนยุวทูตฯ ที่มาร่วมค่ายอบรม ร่วมเรียนรู้ความหลากหลายของจังหวัดต่าง ๆ เพื่อสร้างความภูมิใจในแผ่นดินถิ่นเกิด ทั้งนี้ ค่ายอบรมต้นกล้าความดี ก้าวสู่สากล มีเยาวชนยุวทูตความดีเข้าร่วม 89 คน ครู 22 คน รวม 111 คน จาก 22 โรงเรียน ใน 19 จังหวัด

keyboard_arrow_up