Skip to main content

ค่ายอบรม ธรรมะคือแสงสว่างแห่งปัญญา (ปี 2567)

ผู้เข้าชม 1,166

มูลนิธิยุวทูตความดี ร่วมกับ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) จัดค่ายอบรม ธรรมะคือแสงสว่างแห่งปัญญา ที่สวนธรรมศรีปทุม จังหวัดปทุมธานี ระหว่างวันที่ 5 – 10 เมษายน 2567 โดยมี ผอ.จันทร์ทิพา ภู่ตระกูล ผู้อำนวยการมูลนิธิยุวทูตความดี กล่าวเปิดค่ายอบรมฯ โดยในวันที่ 9 เมษายน 2567 คณะฯ เข้ากราบนมัสการและรับโอวาทจากพระมหาสมบูรณ์ วุฑฺฒิกโร,รศ.ดร. รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ ค่ายอบรมธรรมะมีเยาวชนยุวทูตฯ เข้าร่วม 119 คน ครู 30 คน รวม 149 คน จาก 39 โรงเรียน ใน 14 จังหวัด

ภาคกลาง : กรุงเทพมหานคร  กำแพงเพชร  ปทุมธานี  พระนครศรีอยุธยา  ลพบุรี  สระบุรี  อ่างทอง 

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : กาฬสินธุ์  บึงกาฬ  มุกดาหาร  เลย  สุรินทร์  หนองบัวลำภู  อุดรธานี

จุดมุ่งหมายของค่ายอบรม คือ ส่งเสริมการเรียนรู้หลักธรรมวิธีพุทธ ผ่านคำสอนทางธรรม เพื่อให้เยาวชนนำไปกำกับชีวิตในการศึกษาเล่าเรียน การมีสติสมาธิ การดำรงชีวิตที่เผชิญและต้องผ่านพ้นปัญหาของช่วงวัย การเป็นลูกที่ดีของพ่อแม่ และการเป็นเด็กดีของชาติ และเพื่อเสริมสร้างเยาวชนให้เป็นต้นกล้าความดี ที่มุ่งมั่นปฏิบัติ วิถีพอเพียง  ตามคำพ่อสอน โดยการน้อมนำมาปฏิบัติในชีวิตประจำวัน อย่างต่อเนื่องจริงจัง และให้มีบทบาทนำในฐานะเยาวชน ขยายผลธรรมะวิถีพุทธกับแนววิถีพอเพียง จากการปฏิบัติตนในชีวิตประจำวันแก่เยาวชนในประเทศที่ไปเยือน              

คณะยุวทูตฯ ได้ศึกษาเรียนรู้ หลักธรรมคำสอนวิถีพุทธ หลักคิด หลักธรรมประจำใจ ที่นับเป็นมงคลล้ำค่าของชีวิต รวมถึงการใช้ชีวิตในปัจจุบันที่ต้องก้าวทันโลกยุคใหม่ ในเรื่อง ธรรมะกับวัยรุ่นในยุคดิจิทัล และการใช้ธรรมะเยียวยาภาวะซึมเศร้า รวมกับการฝึกสมาธิสร้างสติอย่างถูกวิธี การทำวัตรสวดมนต์ ฝึกธรรมะปฏิบัติเช้า– เย็น กับพระอาจารย์ เพื่อพัฒนาตนเองให้มีหลักคิด หลักธรรมประจำใจ มีสติรู้คิด ซึ่งเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีแก่เยาวชน นอกจากนี้ ยังมีการเรียนรู้เรื่อง ธรรมของสัตบุรุษธรรม และธรรมะกับพระราชา โดยเชื่อมโยงระหว่างธรรมะกับแนวทางวิถีทางสายกลางเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อนำไปปรับใช้ในการดำรงชีวิตประจำวันด้วย

ทั้งนี้ คณะยุวทูตความดี  ยังได้ เรียนรู้เรื่องโขน ศิลปะไทยขั้นสูง พร้อมฝึกปฏิบัติการแสดงโขน ในตัวละคร ตัวพระ ตัวนาง ตัวยักษ์ และตัวลิง กับดร.สุรัตน์ จงดา ผู้ช่วยอธิการบดี สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ และคณะ นับได้ว่าคณะยุวทูตฯ มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมไทยที่เก่าแก่ สืบทอดมา และมีส่วนช่วยในการดำรงรักษาให้ยังคงอยู่ต่อไป รวมถึง การเรียนรู้ ศิลปะยึกยือ กับดร.พลเดช วรฉัตร อดีตเอกอัครราชทูต ณ กรุงโคลัมโบ เพื่อพัฒนาจิตในการสร้างสรรค์ผลงานตามจินตนาการของตนเอง​อย่างมีสมาธิ โดยใช้ลายเส้นยึกยือ ทำให้ยุวทูตฯ มีสมาธิและสร้างผลงานออกมาได้อย่างดีเยี่ยม

นอกจากนี้ มูลนิธิฯ ยังได้จัดบรรยายพิเศษเรื่อง เรียนรู้ประวัติศาสตร์สมัยอยุธยา แผ่นดินทองของความรุ่งเรือง  โดย คุณเศรษฐเนตร มั่นใจจริง นักวิชาการวัฒนธรรม อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา พร้อมทั้งนำคณะฯ เรียนรู้ร่องรอยประวัติศาสตร์ชาติไทย จากสถานที่จริงที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยเยี่ยมชม วัดไชยวัฒนาราม วัดพระศรีสรรเพชญ์ เขตมรดกโลกอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา และศึกษามรดกล้ำค่าที่ พิพิธภัณฑ์สถานเจ้าสามพระยา 

อนึ่ง ยุวทูตฯ ได้เรียนรู้บทบาทและภารกิจของกระทรวงการต่างประเทศ พร้อมกับเรียนรู้ข้อควรปฏิบัติและวิถีชีวิตของผู้คนในประเทศเนปาล จากประสบการณ์ตรงที่ได้เคยประจำการ จากนายวิรัช ศรีพงษ์ นักการทูตชำนาญการ กรมสารนิเทศ ทำให้ยุวทูตความดีมีความตื่นรู้ และรอบรู้เกี่ยวกับประเทศเนปาล และพร้อมไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้และสานสัมพันธ์ระดับเยาวชนด้วยความมุ่งมั่น

จากการเข้าร่วมค่ายอบรมธรรมะคือแสงสว่างแห่งปัญญา ยุวทูตความดีได้นำหลักธรรมะ หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปปรับใช้ พัฒนาตนให้เป็นคนดี และพร้อมเป็นผู้นำยุวพุทธ ที่จะนำสิ่งเรียนรู้และประสบการณ์จากการเข้าค่ายอบรมมาเผยแพร่ให้เพื่อน ครอบครัว คนในชุมชน และสังคมเข้าใจถึงวิถีแห่งพุทธเพิ่มมากขึ้น

ในการอบรมครั้งนี้ ได้มีการคัดเลือกยุวทูตฯ จำนวน 19 คน ครู 5 คน รวม 24 คน ไปพัฒนาโลกทัศน์และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระดับเยาวชนที่ สหพันธ์สาธารณรัฐประชาธิปไตยเนปาล

โครงการค่ายอบรม

ค่ายอบรมต้นกล้าความดี ก้าวสู่สากล (ปี 2569)

มูลนิธิยุวทูตความดี ดำเนินการจัดค่ายอบรม ต้นกล้าความดี ก้าวสู่สากล ที่อุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร จังหวัดเพชรบุรี ระหว่างวันที่ 19 – 24 เมษายน 2569 โดยมีผอ.จันทร์ทิพา  ภู่ตระกูล ผู้อำนวยการมูลนิธิยุวทูตความดี กล่าวต้อนรับคณะผู้เข้าอบรมฯ และได้มอบโอวาทให้กับนักเรียนความว่า ขอแสดงความยินดีกับนักเรียน  ทั้ง 19 จังหวัด ที่ได้รับคัดเลือกให้มาเข้าค่ายอบรมต้นกล้าความดี ก้าวสู่สากล ซึ่งเป็นผู้ที่พูดดี คิดดี ทำดี โดยมีทักษะทางภาษาอังกฤษเป็นเครื่องมือสำคัญในการสื่อสารข้ามวัฒนธรรม เป็นที่เชื่อว่าในการเข้าค่ายทั้ง 6 วันนี้จะทำให้นักเรียนได้พัฒนาตนเองให้มีความรอบรู้ รอบด้าน และมีทักษะเชิงภาษาที่ใช้ในการแสดงออกซึ่งตัวตนของการเป็นเยาวชนไทย ให้ทัดเทียมและเท่าทันกับเยาวชนในประเทศที่ไปเยือน ทั้งเรียนรู้แนวพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ทรงมอบไว้เป็นมรดก อันล้ำค่าให้แก่ประชาชนชาวไทย พร้อมนำไปเผยแพร่ให้เพื่อนเยาวชนนานาประเทศได้รู้จักและชื่นชอบประเทศไทย  และให้สร้างสัมพันธ์กับเพื่อนยุวทูตฯ ที่มาร่วมค่ายอบรม ร่วมเรียนรู้ความหลากหลายของจังหวัดต่าง ๆ เพื่อสร้างความภูมิใจในแผ่นดินถิ่นเกิด ทั้งนี้ ค่ายอบรมต้นกล้าความดี ก้าวสู่สากล มีเยาวชนยุวทูตความดีเข้าร่วม 89 คน ครู 22 คน รวม 111 คน จาก 22 โรงเรียน ใน 19 จังหวัด

ค่ายอบรมธรรมะคือแสงสว่างแห่งปัญญา (ปี 2569)

มูลนิธิยุวทูตความดี จัดค่ายอบรม ธรรมะคือแสงสว่างแห่งปัญญา ที่สวนธรรมศรีปทุม จังหวัดปทุมธานี ระหว่างวันที่ 4 – 8 เมษายน โดยมี ผอ.จันทร์ทิพา ภู่ตระกูล ผู้อำนวยการมูลนิธิยุวทูตความดี กล่าวเปิดค่ายอบรมฯ และได้มอบโอวาทให้กับนักเรียน ความว่า “ตลอดเวลาระยะ 5 วันของค่ายอบรมนี้ จะเป็นห้วงเวลาที่มีคุณค่า ในการเรียนรู้ กับพระอาจารย์ผู้แจ้งในทางธรรม ที่จะแนะนำข้อคิด ให้แนวทาง ที่มีคุณค่าควรแก่การนำไปปฏิบัติในชีวิตประจำวัน ทำให้ทุกคนรู้วิธีที่จะเป็นทั้งคนดี มีคุณธรรม คุณภาพ โดยใช้หลักธรรมคำสอนเป็นแนวทางในการศึกษาเล่าเรียน การดำเนินชีวิตที่เผชิญและต้องผ่านพ้นปัญหาของช่วงวัย การเป็นลูกที่ดีของแม่ การเป็นเด็กดีของครู และเป็นพลเมืองดีของสังคมและประเทศชาติ” ซึ่งการเข้าร่วมค่ายอบรม มีเยาวชนยุวทูตฯ เข้าร่วม เข้าร่วม 114 คน ครู 36 คน รวม 150 คน จาก 36 โรงเรียน ใน 20 จังหวัด ภาคเหนือ : เชียงใหม่  ลำพูน  แพร่  […]

ค่ายอบรมสร้างสรรค์วิชาชีพ หล่อเลี้ยงชีวิต ด้วยวิถีพอเพียง (ปี 2569)

มูลนิธิยุวทูตความดี ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) จัดค่ายอบรม สร้างสรรค์วิชาชีพ หล่อเลี้ยงชีวิต ด้วยวิถีพอเพียง ที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนฯ จังหวัดฉะเชิงเทรา ระหว่างวันที่ 25 – 29 มีนาคม 2569 โดยมี ผอ.จันทร์ทิพา ภู่ตระกูล ผู้อำนวยการมูลนิธิยุวทูตความดี กล่าวเปิดค่ายอบรมฯ และได้มอบโอวาทให้กับนักเรียน ความว่า “ในวันนี้ของทุกคนที่ได้มาค่ายอบรม ไม่ใช่เป็นเพียงโอกาสที่ผ่านเข้ามา แต่เป็นการวางแผนพัฒนาตนเอง โดยนำศักยภาพที่มีในตัวออกมาใช้อย่างเต็มที่ เต็มกำลัง เพราะเราจะต้องไม่มุ่งหวังเพียงแค่ความเป็นที่สุด แต่ทุกคนจะต้องมุ่งมั่นที่จะก้าวข้ามสิ่งที่ไม่รู้ โดยเรียนรู้จากสถานที่จริง จากประสบการณ์จริง เพื่อแสดงให้เห็นว่า เราสามารถก้าวไปได้ไกลกว่านั้น คำว่าดีที่สุด อาจเป็นเป้าหมายของใครหลายคน แต่แท้ที่จริงมันเป็นเพียงจุดเริ่มต้น เพราะทุกคนสามารถจะพัฒนาก้าวข้ามขีดจำกัดได้ ฉะนั้น ทุกคนต้องทำให้ดีกว่า ดีที่สุด จนไม่มีอะไรเทียบได้” และผอ. อนุรักษ์ บัวคลี่คลาย ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อน กล่าวต้อนรับคณะผู้เข้าอบรม ซึ่งมีเยาวชนยุวทูตฯ เข้าร่วม 102 คน ครู 28 คน รวม 130 […]

keyboard_arrow_up